วิ่งช้าๆ ทำไมถึงปวดเมื่อย? ปัญหาโลกแตกของการเริ่มวิ่งโซน 2
ทำไมการวิ่งให้ช้าลงถึงยากกว่าที่คิด? คำถามนี้มักดังขึ้นเสมอเมื่อนักวิ่งมือใหม่พยายามปรับแผนมาเก็บระยะทางเพื่อสุขภาพ หลายคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าพอวิ่งเร็วๆ ไม่เห็นจะเจ็บ แต่พอพยายามคุมหัวใจให้อยู่ในโซน 2 กลับปวดหน้าขาไปหมด ⚠️
สาเหตุหลักมาจากการที่ "Form" หรือท่าวิ่งของเราเพี้ยนไปจากเดิมเมื่อฝืนวิ่งช้าลง จังหวะการก้าว (Cadence) ที่ตกลงมากเกินไปทำให้เกิดการก้าวเท้าไปข้างหน้าไกลเกินตัว (Overstriding) ส้นเท้าจึงกระแทกพื้นแรงกว่าปกติ แรงกระแทกเหล่านี้ส่งผลตรงไปยังข้อต่อ การวิ่งที่ควรจะถนอมร่างกายกลับกลายเป็นตัวการทำให้บาดเจ็บได้ง่ายๆ หากรองเท้าที่ใช้ไม่ตอบโจทย์สรีระในช่วงความเร็วนั้น

สถิติไม่หลอกใคร: ทำไมคนไทยถึงฮิตวิ่งโซน 2 กันนัก?
หากย้อนดูข้อมูลจาก ThaiRun และกระแสในคอมมูนิตี้นักวิ่งช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมาก ทิศทางการฝึกซ้อมเปลี่ยนจากการวิ่งอัดทำเวลา มาเป็นการให้ความสำคัญกับ Aerobic Base หรือการสร้างฐานความฟิตระยะยาวผ่านการวิ่งช้าๆ
สถิติชี้ให้เห็นว่านักวิ่งไทยเริ่มใส่ใจเรื่องความยั่งยืนของการออกกำลังกาย การคุมโซน 2 ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงโดยไม่สร้างความล้าสะสมในระดับเซลล์มากเกินไป เมื่อต้องใช้เวลาอยู่บนถนนนานขึ้น อุปกรณ์สวมใส่จึงกลายเป็นปัจจัยที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงกันในเว็บบอร์ดอยู่เสมอ โดยเฉพาะการเลือกระหว่างความเด้งสนุกของค่ายสวูช หรือความมั่นคงแน่นหนาของค่ายพี่เสือ
เช้ามืดที่สวนลุมฯ กับคำถามยอดฮิต: ใส่ค่ายไหนดี?
"โค้ชครับ ผมอยากวิ่งยาวซักชั่วโมงครึ่ง พี่ว่าผมไปถอย nike air zoom หรือจะไปทาง asics gelkayano ดีกว่ากัน?"
ระหว่างนั่งพักจิบกาแฟหลังซ้อมที่สวนลุมฯ ผมได้ยินคำถามแนวนี้แทบทุกสัปดาห์ (ความถี่พอๆ กับการนั่งวิเคราะห์กราฟหุ้นหลังตลาดเปิดเลยทีเดียว) ความจริงคือรองเท้าสองรุ่นนี้มีคาแรคเตอร์ที่สวนทางกัน การจะบอกว่าคู่ไหนดีกว่า ต้องดูที่ลักษณะความโค้งของฝ่าเท้า (Foot Arch) และความรู้สึกที่แต่ละคนตามหา
เพื่อความง่าย ผมได้ปรับปรุงเครื่องมือคำนวณโซนหัวใจคร่าวๆ มาให้ลองใช้งานกัน ลองกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อดูว่าอัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมายของคุณอยู่ที่เท่าไหร่ และน้ำหนักตัวระดับนี้ควรไปทางไหนดี
เครื่องมือประมาณการความเหมาะสมของรองเท้า Zone 2
เจาะลึก 2 ตัวตึงบนสนามวิ่งยาว
เมื่อเจาะดูสเปกของ Nike Air Zoom (โดยเฉพาะซีรีส์ Pegasus) จะพบว่ามันคือม้างานที่เน้นสัมผัสการตอบสนองที่เด้ง (Bouncy) โครงสร้างโฟมและถุงลมช่วยให้การวิ่งช้าๆ รู้สึกคล่องตัวและเบาเท้า มีแรงส่งคืนที่สัมผัสได้ชัดเจน เหมาะสำหรับคนที่มีลักษณะเท้าปกติ (Neutral) ที่ต้องการความมีชีวิตชีวาในการซ้อม
ส่วนทางฝั่งของ Asics Gel-Kayano ตำนานแห่งสาย Support ที่ออกแบบมาเพื่อคนเท้าแบน (Overpronation) โดยเฉพาะ เทคโนโลยี GEL ที่ส้นและโครงสร้างพยุงอุ้งเท้าทำหน้าที่ซับแรงกระแทกได้อย่างนุ่มลึก ไม่เด้งโวยวาย แต่ให้ความรู้สึกปลอดภัยในทุกจังหวะที่ลงน้ำหนัก 📌
| คุณสมบัติ | Nike Air Zoom | Asics Gel-Kayano |
|---|---|---|
| น้ำหนัก (โดยประมาณ) | เบากว่า (~280g) | หนักกว่า (~310g) |
| เทคโนโลยีซัพพอร์ต | Zoom Air / React Foam | GEL / Flytefoam / Dynamic Duomax |
| ลักษณะเท้าที่แนะนำ | เท้าปกติ (Neutral) | เท้าแบน (Overpronation) |
| ความรู้สึกเมื่อสวมใส่ | เด้ง ตอบสนองไว | นุ่ม มั่นคง เฟิร์ม |
Source: RunRepeat. Last verified: 2020-05-20
ความเชื่อที่ต้องลบ: รองเท้านิ่มที่สุด คือรองเท้าที่ดีที่สุด
หลุมพรางที่นักวิ่งหน้าใหม่มักพลาดคือการพุ่งเป้าไปที่รองเท้าที่นิ่มเหมือนเหยียบเมฆ (Max Cushioning) สำหรับการวิ่งช้าๆ งานวิจัยด้านชีวกลศาสตร์ชี้ว่าเมื่อโฟมใต้เท้านิ่มและยวบเกินไป กล้ามเนื้อเล็กๆ บริเวณข้อเท้าต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาสมดุลไม่ให้เท้าบิด (Fatigue)
ค่ายไหนตอบโจทย์สนามของคุณ?
ไม่มีแบรนด์ไหนครอบครองตำแหน่งผู้ชนะสิบทิศได้ตลอดกาล หากคุณมีลักษณะเท้าปกติและต้องการความสนุกในการก้าว nike air zoom จะทำให้ชั่วโมงครึ่งบนถนนไม่น่าเบื่อ แต่ถ้าเป้าหมายคือความชัวร์ ป้องกันการบิดงอของฝ่าเท้า และพร้อมแลกกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอีกนิด asics gelkayano คือเพื่อนร่วมทางที่พึ่งพาได้เสมอ
ตั้งแต่ผมเริ่มคลุกคลีกับตารางซ้อมมาราธอนเมื่อปี 2015 จนถึงตอนนี้ สิ่งที่เรียนรู้คือการสะสมระยะอย่างใจเย็นคือเคล็ดลับที่ยั่งยืนที่สุด วันหยุดนี้ลองแวะไปที่ร้านอุปกรณ์ วิ่งเหยาะๆ บนลู่ทดสอบสักนิด แล้วคุณจะได้คำตอบที่เท้าของคุณเรียกร้องเองครับ พรุ่งนี้เช้าใครแวะมาวิ่งคุมฮาร์ทเรทแถวสวนลุมฯ ทักทายกันได้ครับ ✅

Comments
Comments are currently closed. Have feedback or a question? Visit the Contact page.