เปรียบเทียบสเปค: ย้อนรอยความต่างจากรุ่นก่อน
ก่อนหน้านี้ผมเคยหยิบยกเรื่องราวของ Skechers GoRun: รองเท้าวิ่งม้ามืดที่หลายคนมองข้าม มาเล่าสู่กันฟังไปแล้ว ตลาดรองเท้าสาย Max Cushioning ในยุคนี้แข่งขันกันดุเดือดมาก แต่แบรนด์นี้ก็ยังมีแนวทางพัฒนาที่ชัดเจน โดยเฉพาะการจับคู่ความหนาของโฟมเข้ากับแผ่นคาร์บอนเพื่อสร้างแรงส่ง
เรามาเจาะลึกสเปคของรุ่น Maxroad 6 เทียบกับรุ่น 5 กันดูครับ ว่าตัวเลขทางวิศวกรรมที่เปลี่ยนไปนั้นบอกอะไรเราบ้าง
ตารางเปรียบเทียบความหนาและน้ำหนัก
| คุณสมบัติ | รุ่น Maxroad 5 | รุ่น Maxroad 6 |
|---|---|---|
| Stack Height (ส้น/หน้าเท้า) | 38 มม. / 32 มม. | 41 มม. / 35 มม. |
| Drop | 6 มม. | 6 มม. |
| ชนิดโฟม | Hyper Burst | Hyper Burst Ice (Dual-density) |
| น้ำหนัก (US 9 ชาย) | ~235 กรัม | ~309 กรัม |
| แผ่นแทรก | H-Plate คาร์บอน (บางส่วน) | H-Plate คาร์บอน (เต็มใบมากขึ้น) |
ข้อมูลอ้างอิงและรีวิวจากห้องปฏิบัติการอิสระ: RunRepeat Shoe Database. Last verified: 2023-04-15
ตัวเลขที่กระโดดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดคือน้ำหนัก จาก 235 กรัมพุ่งไปที่ 309 กรัม การเพิ่มขึ้นระดับนี้มาจากหลายปัจจัย ทั้งการปรับมาใช้พื้นยาง Goodyear ที่หนาและทนทานขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนมาใช้โฟม Hyper Burst Ice แบบความหนาแน่นคู่ (Dual-density) ที่ดันความหนาส้นเท้าทะลุ 40 มิลลิเมตรไปเป็นที่เรียบร้อย
ความรู้สึกแรกในวันที่ขาล้าถึงขีดสุด
เช้าวันอาทิตย์หลังจากคอร์ส Interval มหาโหดในวันพฤหัสบดี ตามติดด้วย Tempo วันเสาร์ อาการตึงร้าวที่น่องและหน้าขาเป็นสัญญาณเตือนชั้นดีว่าร่างกายต้องการการพักฟื้น วันแบบนี้ความเร็วไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับการปกป้องกล้ามเนื้อ
"ตลอด 8 ปีบนถนนมาราธอน ตั้งแต่เริ่มซ้อมจริงจังในปี 2015 ผมตามหารองเท้าที่ 'เซฟขา' ในวันล้าๆ มาตลอด บางคู่หนาแต่ยวบ บางคู่หนาแต่กระด้าง"
เมื่อลองสวม Maxroad 6 สัมผัสแรกคือความนุ่มที่ต่างออกไป มันไม่ได้ยวบจนจมหายเหมือนโฟม EVA ยุคเก่า แต่มีความแน่นเฟิร์มซ่อนอยู่ลึกๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของแผ่นคาร์บอนรูปตัว H (H-Plate) ที่ช่วยประคองโครงสร้างไม่ให้เท้าบิดตัวเวลาที่กล้ามเนื้อเราอ่อนล้า
บททดสอบ 100 กิโลเมตรแรก
การประเมิน running shoes สักคู่ ต้องให้เวลาโฟมได้เซ็ตตัวและให้เท้าเราได้ปรับสภาพ
ช่วงสัปดาห์แรก แผ่นคาร์บอนยังแอบรู้สึกกระด้างไปนิดเมื่อเทียบกับความนุ่มของตัวโฟม มันมีความขัดแย้งกันเบาๆ ระหว่างการยุบตัวกับการดีดกลับ บวกกับน้ำหนัก 300 กว่ากรัมที่ทำให้รู้สึกหน่วงปลายเท้าอยู่บ้างเวลาพยายามยกขาให้เร็วขึ้น
แต่พอผ่านระยะ Break-in ไปราวๆ 50 กิโลเมตร โฟม Hyper Burst Ice เริ่มนวดเข้าที่ ความนุ่มลงตัวกับแผ่นคาร์บอนมากขึ้น อาการหน่วงลดลงอย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบันที่ระยะ 100 กิโลเมตร พื้นยาง Goodyear แทบไม่มีรอยสึกเลย ถือว่าทำเรื่องความทนทานออกมาได้น่าประทับใจทีเดียว
เสียงสะท้อนจากนักวิ่งไทยและระยะทาง
เมื่อสำรวจข้อมูลจากชุมชนนักวิ่งและเว็บบอร์ดต่างๆ ความคิดเห็นส่วนใหญ่ค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกัน
หลายคนมองว่าน้ำหนักตัวระดับนี้เอาไปลงคอร์สความเร็วไม่ไหว หรือวิ่งเพซ 5 แล้วรู้สึกดึงเท้า ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรองเท้าสายคูชั่น แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีเสียงตอบรับเชิงบวกจากสายอัลตร้าและคนที่ซ้อมระยะไกลว่า การใส่วิ่ง Long Run วันอาทิตย์ 30 กิโลเมตร ช่วยให้จบการซ้อมโดยที่ขาแทบไม่ช้ำเลย
หากดูบริบทงานวิ่งในบ้านเรา (เช็คปฏิทินงานวิ่งได้ที่ ThaiRun) นักวิ่งจำนวนมากไม่ได้ต้องการทำ PB (Personal Best) ในทุกสนาม แต่ต้องการไอเท็มที่ช่วยให้สะสมระยะซ้อมได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่บาดเจ็บ ซึ่งคุณสมบัติของรุ่นนี้ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้อย่างตรงจุด
วิทยาศาสตร์การกีฬากับการประหยัดพลังงาน
คำถามที่มักเจอบ่อยคือ "ทำไมถึงต้องใส่รองเท้าที่หนักขนาดนี้?"
ข้อจำกัดของน้ำหนักจะส่งผลชัดเจนเมื่อต้องเร่งความเร็วในรูปแบบ Interval หรือ Tempo เพราะผู้สวมใส่ต้องออกแรงยกขามากขึ้น แต่ในทางกลับกัน การใช้งานในโหมด Easy Run หรือ Long Slow Distance (LSD) กลับให้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไป
มีงานวิจัยระบุว่า การผสานแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีความโค้งเข้ากับโฟมรองเท้าที่มีความหนานุ่ม สามารถช่วยลดต้นทุนพลังงาน (Energetic Cost) ในการวิ่งระยะไกลได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ตัวรองเท้าจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยก็ตาม (อ้างอิงจาก PubMed - Sports Medicine)
กฎความหนาของพื้นและมาตรฐานกรีฑาโลก
ตัวเลข 41 มิลลิเมตรที่ส้นเท้าของ Maxroad 6 ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจในมุมของระเบียบการแข่งขัน
ตามข้อกำหนดทางเทคนิคของ World Athletics สำหรับรองเท้าแข่งขันบนถนน (Road Running Shoes) ความหนาของพื้นรองเท้าต้องไม่เกิน 40 มิลลิเมตร นั่นหมายความว่ารองเท้ารุ่นนี้ไม่สามารถสวมใส่เพื่อลงแข่งขันระดับ Elite และบันทึกสถิติอย่างเป็นทางการได้
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักวิ่งสมัครเล่น (Amateur Runners) กฎข้อนี้ไม่ได้ถูกนำมาบังคับใช้อย่างเข้มงวด การสวมใส่เพื่อร่วมงานวิ่งทั่วไปในไทยจึงทำได้ตามปกติ เป็นเพียงเกร็ดความรู้เชิงลึกที่บอกเราว่าเทคโนโลยีคูชั่นในปัจจุบันนั้นพัฒนาไปไกลจนทะลุกรอบมาตรฐานเดิมไปแล้ว
แดดร่มลมตกกับจังหวะก้าวที่ลงตัว
ช่วงเย็นที่สวนลุมพินี ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ และเสียงเพลงแจ๊สคลาสสิกจากหูฟัง เป็นช่วงเวลาที่ผมมักจะเลือกรองเท้าที่เน้นการซัพพอร์ตมาใส่วิ่งจ็อกกิ้งรับลม
จากที่เคยตั้งแง่เรื่องน้ำหนักในช่วงสัปดาห์แรก พอปรับตัวและเข้าใจจังหวะของโฟมรุ่นนี้ได้ กลายเป็นว่าผมหยิบมันมาใส่ซ้อมบ่อยกว่าพวกรองเท้าคาร์บอนสายเรซซิ่งน้ำหนักเบาเสียอีก
สำหรับคนที่กำลังมองหาตัวช่วยในการซ้อมระยะไกล คนที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บและต้องการการรองรับแรงกระแทกสูงสุด หรือคนที่มีรูปเท้ากว้างปานกลางที่อยากได้พื้นฐานความมั่นคง นี่คือไอเท็มที่ควรค่าแก่การพิจารณา เพื่อให้การเก็บระยะทางในแต่ละสัปดาห์ราบรื่นและลดความเสี่ยงที่กล้ามเนื้อจะรับภาระหนักจนเกินไปครับ 🏃♂️
Comments
Comments are currently closed. Have feedback or a question? Visit the Contact page.