Adidas Adizero Boston 12: การกลับมาทวงความเชื่อมั่นของตระกูลบอสตัน

ตารางเปรียบเทียบ: Boston 12 ข้ามขีดจำกัดเดิมอย่างไร?

เรามาดูตัวเลขและสเปกกันแบบตรงไปตรงมา ไม่ต้องมีอารมณ์ความรู้สึกเจือปน โครงสร้างของตระกูล Boston ในช่วงปีหลังๆ มักถูกตั้งคำถามเรื่องความกระด้างและน้ำหนักที่มากเกินไปสำหรับการทำความเร็ว แต่การมาของรุ่นที่ 12 มีการปรับปรุงเชิงวิศวกรรมที่เห็นผลได้ชัดเจน โดยเฉพาะการเปลี่ยนมาใช้โฟม Lightstrike 2.0 และก้าน EnergyRods 2.0 แบบไฟเบอร์กลาส เพื่อความชัดเจน ลองดูตารางเปรียบเทียบระหว่าง Boston 12, รุ่นพี่อย่าง Boston 11 และรุ่นน้องร่วมค่ายที่เป็น เจาะลึก Adidas Adizero SL ซึ่งเป็นตัวเลือกยอดฮิตในกลุ่ม running shoes สำหรับการซ้อมประจำวัน
คุณสมบัติ Adidas Adizero Boston 12 Adidas Adizero Boston 11 Adidas Adizero SL
น้ำหนัก (ไซส์ 9US ชาย) ~260 กรัม ~271 กรัม ~240 กรัม
เทคโนโลยีโฟม Lightstrike Pro + Lightstrike 2.0 Lightstrike Pro + Lightstrike (รุ่นแรก) Lightstrike + แผ่นแทรก Lightstrike Pro
ระบบก้านเสริมแรง EnergyRods 2.0 (ไฟเบอร์กลาส) EnergyRods (รุ่นแยกชิ้น) ไม่มีก้าน
ความสูงพื้น (ส้น/หน้าเท้า) 39.5 มม. / 32.5 มม. (ดรอป 7 มม.) 39.5 มม. / 31 มม. (ดรอป 8.5 มม.) 35 มม. / 26.5 มม. (ดรอป 8.5 มม.)
Source: RunRepeat. Last verified: 2023-07-05

สเปกทางเทคนิคที่เปลี่ยนไป

การใช้ Lightstrike 2.0 แทนที่เวอร์ชันแรกช่วยลดความกระด้างที่เป็นปัญหาเรื้อรังลงได้อย่างมาก ในขณะที่ EnergyRods 2.0 ที่ผสานรวมเป็นโครงสร้างเดียวใช้วัสดุไฟเบอร์กลาสแทนคาร์บอน ช่วยให้การส่งแรงมีความยืดหยุ่นกว่า ไม่ดีดจนภาระไปตกที่น่องมากเกินไป หากต้องการดูสเปกอย่างเป็นทางการ สามารถเช็กได้ที่ เว็บไซต์ของ Adidas Thailand

ทดสอบจริงบนพื้นคอนกรีตสวนลุมพินี

ช่วงตีห้าครึ่งที่สวนลุมพินี ท้องฟ้ายังมืดมิดและอากาศยังคงอบอ้าว โค้งหน้าพระบรมรูปฯ ไปจนถึงช่วงทางเดินรอบนอกที่ตัดผ่านสวนปาล์ม คือเส้นทางที่ผมใช้ซ้อมมาตลอด 8 ปี นับตั้งแต่เริ่มจริงจังกับมาราธอนในปี 2015 พื้นคอนกรีตที่นี่แข็งและไร้ความปรานี มันคือสนามทดสอบชั้นยอดที่ฟ้องความกระด้างของรองเท้าได้ดีที่สุด ผมใส่ Boston 12 ลงซ้อมเซสชัน Tempo ยาว 15 กิโลเมตร ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือ จังหวะลงน้ำหนักที่หน้าเท้าบนพื้นคอนกรีตไม่ได้มีแรงสะท้อนกลับมาตึงที่หน้าแข้งเหมือนรุ่นก่อน โฟมชั้นบนที่เป็น Lightstrike Pro รับหน้าที่ซับแรงกระแทกได้นุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่พื้นล่างยังคงจิกพื้นยางมะตอยและคอนกรีตชื้นๆ แถวศาลาภิรมย์ภักดีได้อย่างหนึบหนับ ไม่มีอาการลื่นไถลด้วยสมรรถนะของยาง Continental ที่ขึ้นชื่อเรื่องการยึดเกาะ

คำถามคาใจ: ใส่แข่งรายการระดับโลกได้หรือไม่?

รองเท้าซ้อมที่หนาและนุ่มขึ้นขนาดนี้ หลายคนอาจสงสัยว่ามันผิดกฎการแข่งขันของอีลีทหรือไม่? หากคุณเป็นนักวิ่งแถวหน้าที่ลุ้นรางวัล กติกาเรื่องความหนาของพื้นรองเท้า (Stack Height) เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ สมาคมกรีฑาโลกกำหนดว่าความหนาของส้นรองเท้าสำหรับการแข่งขัน Road Racing ต้องไม่เกิน 40 มิลลิเมตร สำหรับ Boston 12 ที่มีความหนาส้นเท้าอยู่ที่ 39.5 มิลลิเมตร ถือว่าเฉียดฉิวแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ คุณสามารถใส่มันลงแข่งได้อย่างถูกต้องตามกติกา ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนตัดสิทธิ์ หากต้องการเช็กรายชื่อรุ่นอื่นๆ เพิ่มเติม ลองเข้าไปดูที่รายชื่อรับรองของ World Athletics ได้เลย
Runners in colorful track spikes
Runners in colorful track spikes

ข้อแนะนำการใช้งาน: ใครควรซื้อ ใครควรข้าม

ผมขอพูดแบบตรงไปตรงมา ไม่ต้องอ้อมค้อม: หน้าเท้ากว้าง: ให้เผื่อครึ่งไซส์ (0.5 US) ทรงรองเท้ายังคงมีความเรียวตามสไตล์ตระกูล Adizero ส้นเท้าหลวม: ต้องผูกเชือกแบบ Heel Lock เสมอ! เรื่องนี้สำคัญมาก รูร้อยเชือกบนสุดของ Boston 12 ออกแบบมาค่อนข้างห่างจากข้อเท้า ถ้าคุณแค่ผูกโบว์ธรรมดา ส้นจะขยับขึ้นลงทุกครั้งที่เตะขาไปด้านหลัง เหมาะสำหรับ: การซ้อม Tempo, Interval รอบยาว, หรือ Long Run ที่ต้องการคุมเพซ ไม่เหมาะสำหรับ: การใส่วิ่ง Recovery ช้าๆ โครงสร้างที่ยังมีความแข็งจากไฟเบอร์กลาสจะทำให้คุณรู้สึกขืนๆ ถ้ารอบขาช้าเกินไป
Tip: หากคุณมองหารองเท้าซ้อมประจำวันที่ใส่เดินเล่นหรือวิ่งช้าๆ สบายๆ ในวันฟื้นฟูร่างกาย Adidas Adizero SL จะเป็นตัวเลือกที่ประหยัดและตอบโจทย์กว่ามากครับ

วิทยาศาสตร์เบื้องหลังการลดความล้า

การที่รองเท้าคู่หนึ่งจะช่วยให้เรารู้สึก "ล้าน้อยลง" ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็นเรื่องของกลศาสตร์การวิ่ง (Running Biomechanics) เทคโนโลยีที่เรียกว่า Advanced Footwear Technology (AFT) ซึ่งประกอบไปด้วยโฟมน้ำหนักเบาที่ส่งตัวได้ดีและก้านเสริมความแข็ง มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนว่า โครงสร้างลักษณะนี้ช่วยเพิ่ม Running Economy ได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายทำงานน้อยลงในจังหวะ Take-off ความเสียหายของกล้ามเนื้อจากการซ้อมในบล็อกมาราธอนก็จะลดลง ข้อมูลจาก PubMed ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยี AFT ช่วยลดภาระการเผาผลาญพลังงานและลดอาการปวดระบมหลังจากการวิ่งระยะไกลได้จริง

การทำงานของ EnergyRods 2.0

ต่างจากแผ่นคาร์บอนแบบเต็มแผ่นที่บังคับให้เท้ากระดกตามทรงรองเท้า ก้านไฟเบอร์กลาสแบบแท่งของ Boston 12 อนุญาตให้กระดูกฝ่าเท้ามีอิสระในการเคลื่อนไหวแนวด้านข้างได้เล็กน้อย มันช่วยให้การถ่ายเทน้ำหนักจากส้นไปสู่ปลายเท้าเป็นธรรมชาติกว่า

ความลงตัวที่ต้องใช้เวลาปรับจูน

จังหวะการลงเท้าของ Boston 12 ไม่ใช่สิ่งที่ใส่ปุ๊บแล้วจะรู้สึก 'ว้าว' ทันที ถ้าให้เปรียบเทียบ มันเหมือนกับเวลาที่เราจิบเบียร์คราฟต์สไตล์ IPA ครั้งแรก หรือการพยายามฟังแผ่นเสียงเพลงแจ๊สยุค Bebop ลิ้นและหูของเราต้องใช้เวลา 'จูน' เพื่อทำความเข้าใจความขมหรือจังหวะขัดๆ เหล่านั้น ในช่วง 20 กิโลเมตรแรกของการใส่ Boston 12 ผมแอบหงุดหงิดกับความกระด้างของโฟม Lightstrike 2.0 ที่ยังไม่เข้าที่
ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ผมเคยเขียนบอกไว้ว่า "รองเท้าวิ่งสมัยนี้ไม่ต้องมี Break-in period แล้ว" แต่ผมยอมรับว่าผมคิดผิด โครงสร้างโฟมคู่กับก้านไฟเบอร์กลาสของมันต้องการระยะเวลาในการคลายตัวจริงๆ
เมื่อผ่านพ้นช่วง 30-40 กิโลเมตรไปแล้ว เหมือนโฟมมันเริ่มยุบตัวรับกับสรีระฝ่าเท้า ความนุ่มเด้งที่แท้จริงถึงปรากฏออกมา กลายเป็นรองเท้าที่วิ่งสนุกและไว้ใจได้

เสียงสะท้อนจากคอมมูนิตี้นักวิ่ง

ผมไม่ได้พึ่งพาแค่ความรู้สึกส่วนตัวเพียงอย่างเดียว แต่ยังติดตามอ่านกระแสจากเว็บบอร์ดและกลุ่มพูดคุยของนักวิ่งมาราธอนในไทยด้วย เพื่อนนักวิ่งหลายคนที่เคยมีประสบการณ์เลวร้ายกับ Boston 11 ต่างออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันในทิศทางบวก พวกเขาบอกว่ารุ่น 12 เป็นมิตรกับฝ่าเท้ามากขึ้น สามารถเอาไปวิ่ง Long Run 25-30 กิโลเมตรได้โดยไม่ทรมานฝ่าเท้าในช่วงท้าย นอกจากนี้ เรื่องความทนทานของพื้นยาง Continental ก็ยังเป็นจุดแข็งที่สายสะสมไมล์ยอมรับ หลายคนรายงานว่าผ่านไป 300-400 กิโลเมตร ดอกยางบริเวณจมูกเท้าและส้นเท้าด้านนอกยังแทบไม่เห็นรอยสึกหรอ ซึ่งทำให้การลงทุนกับ running shoes คู่นี้ดูคุ้มค่ามากขึ้นในยุคที่รองเท้าวิ่งราคาแพงขึ้นทุกวัน

ธนกฤต วิริยะพานิช (โค้ชต้น)

นักวิ่งมาราธอนที่หลงใหลในตัวเลขและสถิติ มีประสบการณ์ซ้อมและแข่งมากกว่า 9 ปี ปัจจุบันเป็นโค้ชอิสระที่มุ่งมั่นให้คนไทยวิ่งได้อย่างยั่งยืนและไร้อาการบาดเจ็บ

View all posts →

Comments

Comments are currently closed. Have feedback or a question? Visit the Contact page.