ตารางเปรียบเทียบ: Boston 12 ข้ามขีดจำกัดเดิมอย่างไร?
เรามาดูตัวเลขและสเปกกันแบบตรงไปตรงมา ไม่ต้องมีอารมณ์ความรู้สึกเจือปน โครงสร้างของตระกูล Boston ในช่วงปีหลังๆ มักถูกตั้งคำถามเรื่องความกระด้างและน้ำหนักที่มากเกินไปสำหรับการทำความเร็ว แต่การมาของรุ่นที่ 12 มีการปรับปรุงเชิงวิศวกรรมที่เห็นผลได้ชัดเจน โดยเฉพาะการเปลี่ยนมาใช้โฟม Lightstrike 2.0 และก้าน EnergyRods 2.0 แบบไฟเบอร์กลาส เพื่อความชัดเจน ลองดูตารางเปรียบเทียบระหว่าง Boston 12, รุ่นพี่อย่าง Boston 11 และรุ่นน้องร่วมค่ายที่เป็น เจาะลึก Adidas Adizero SL ซึ่งเป็นตัวเลือกยอดฮิตในกลุ่ม running shoes สำหรับการซ้อมประจำวัน| คุณสมบัติ | Adidas Adizero Boston 12 | Adidas Adizero Boston 11 | Adidas Adizero SL |
|---|---|---|---|
| น้ำหนัก (ไซส์ 9US ชาย) | ~260 กรัม | ~271 กรัม | ~240 กรัม |
| เทคโนโลยีโฟม | Lightstrike Pro + Lightstrike 2.0 | Lightstrike Pro + Lightstrike (รุ่นแรก) | Lightstrike + แผ่นแทรก Lightstrike Pro |
| ระบบก้านเสริมแรง | EnergyRods 2.0 (ไฟเบอร์กลาส) | EnergyRods (รุ่นแยกชิ้น) | ไม่มีก้าน |
| ความสูงพื้น (ส้น/หน้าเท้า) | 39.5 มม. / 32.5 มม. (ดรอป 7 มม.) | 39.5 มม. / 31 มม. (ดรอป 8.5 มม.) | 35 มม. / 26.5 มม. (ดรอป 8.5 มม.) |
สเปกทางเทคนิคที่เปลี่ยนไป
การใช้ Lightstrike 2.0 แทนที่เวอร์ชันแรกช่วยลดความกระด้างที่เป็นปัญหาเรื้อรังลงได้อย่างมาก ในขณะที่ EnergyRods 2.0 ที่ผสานรวมเป็นโครงสร้างเดียวใช้วัสดุไฟเบอร์กลาสแทนคาร์บอน ช่วยให้การส่งแรงมีความยืดหยุ่นกว่า ไม่ดีดจนภาระไปตกที่น่องมากเกินไป หากต้องการดูสเปกอย่างเป็นทางการ สามารถเช็กได้ที่ เว็บไซต์ของ Adidas Thailandทดสอบจริงบนพื้นคอนกรีตสวนลุมพินี
ช่วงตีห้าครึ่งที่สวนลุมพินี ท้องฟ้ายังมืดมิดและอากาศยังคงอบอ้าว โค้งหน้าพระบรมรูปฯ ไปจนถึงช่วงทางเดินรอบนอกที่ตัดผ่านสวนปาล์ม คือเส้นทางที่ผมใช้ซ้อมมาตลอด 8 ปี นับตั้งแต่เริ่มจริงจังกับมาราธอนในปี 2015 พื้นคอนกรีตที่นี่แข็งและไร้ความปรานี มันคือสนามทดสอบชั้นยอดที่ฟ้องความกระด้างของรองเท้าได้ดีที่สุด ผมใส่ Boston 12 ลงซ้อมเซสชัน Tempo ยาว 15 กิโลเมตร ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือ จังหวะลงน้ำหนักที่หน้าเท้าบนพื้นคอนกรีตไม่ได้มีแรงสะท้อนกลับมาตึงที่หน้าแข้งเหมือนรุ่นก่อน โฟมชั้นบนที่เป็น Lightstrike Pro รับหน้าที่ซับแรงกระแทกได้นุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่พื้นล่างยังคงจิกพื้นยางมะตอยและคอนกรีตชื้นๆ แถวศาลาภิรมย์ภักดีได้อย่างหนึบหนับ ไม่มีอาการลื่นไถลด้วยสมรรถนะของยาง Continental ที่ขึ้นชื่อเรื่องการยึดเกาะคำถามคาใจ: ใส่แข่งรายการระดับโลกได้หรือไม่?
รองเท้าซ้อมที่หนาและนุ่มขึ้นขนาดนี้ หลายคนอาจสงสัยว่ามันผิดกฎการแข่งขันของอีลีทหรือไม่? หากคุณเป็นนักวิ่งแถวหน้าที่ลุ้นรางวัล กติกาเรื่องความหนาของพื้นรองเท้า (Stack Height) เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ สมาคมกรีฑาโลกกำหนดว่าความหนาของส้นรองเท้าสำหรับการแข่งขัน Road Racing ต้องไม่เกิน 40 มิลลิเมตร สำหรับ Boston 12 ที่มีความหนาส้นเท้าอยู่ที่ 39.5 มิลลิเมตร ถือว่าเฉียดฉิวแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ คุณสามารถใส่มันลงแข่งได้อย่างถูกต้องตามกติกา ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนตัดสิทธิ์ หากต้องการเช็กรายชื่อรุ่นอื่นๆ เพิ่มเติม ลองเข้าไปดูที่รายชื่อรับรองของ World Athletics ได้เลย
ข้อแนะนำการใช้งาน: ใครควรซื้อ ใครควรข้าม
ผมขอพูดแบบตรงไปตรงมา ไม่ต้องอ้อมค้อม: หน้าเท้ากว้าง: ให้เผื่อครึ่งไซส์ (0.5 US) ทรงรองเท้ายังคงมีความเรียวตามสไตล์ตระกูล Adizero ส้นเท้าหลวม: ต้องผูกเชือกแบบ Heel Lock เสมอ! เรื่องนี้สำคัญมาก รูร้อยเชือกบนสุดของ Boston 12 ออกแบบมาค่อนข้างห่างจากข้อเท้า ถ้าคุณแค่ผูกโบว์ธรรมดา ส้นจะขยับขึ้นลงทุกครั้งที่เตะขาไปด้านหลัง เหมาะสำหรับ: การซ้อม Tempo, Interval รอบยาว, หรือ Long Run ที่ต้องการคุมเพซ ไม่เหมาะสำหรับ: การใส่วิ่ง Recovery ช้าๆ โครงสร้างที่ยังมีความแข็งจากไฟเบอร์กลาสจะทำให้คุณรู้สึกขืนๆ ถ้ารอบขาช้าเกินไปTip: หากคุณมองหารองเท้าซ้อมประจำวันที่ใส่เดินเล่นหรือวิ่งช้าๆ สบายๆ ในวันฟื้นฟูร่างกาย Adidas Adizero SL จะเป็นตัวเลือกที่ประหยัดและตอบโจทย์กว่ามากครับ
วิทยาศาสตร์เบื้องหลังการลดความล้า
การที่รองเท้าคู่หนึ่งจะช่วยให้เรารู้สึก "ล้าน้อยลง" ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็นเรื่องของกลศาสตร์การวิ่ง (Running Biomechanics) เทคโนโลยีที่เรียกว่า Advanced Footwear Technology (AFT) ซึ่งประกอบไปด้วยโฟมน้ำหนักเบาที่ส่งตัวได้ดีและก้านเสริมความแข็ง มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนว่า โครงสร้างลักษณะนี้ช่วยเพิ่ม Running Economy ได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายทำงานน้อยลงในจังหวะ Take-off ความเสียหายของกล้ามเนื้อจากการซ้อมในบล็อกมาราธอนก็จะลดลง ข้อมูลจาก PubMed ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยี AFT ช่วยลดภาระการเผาผลาญพลังงานและลดอาการปวดระบมหลังจากการวิ่งระยะไกลได้จริงการทำงานของ EnergyRods 2.0
ต่างจากแผ่นคาร์บอนแบบเต็มแผ่นที่บังคับให้เท้ากระดกตามทรงรองเท้า ก้านไฟเบอร์กลาสแบบแท่งของ Boston 12 อนุญาตให้กระดูกฝ่าเท้ามีอิสระในการเคลื่อนไหวแนวด้านข้างได้เล็กน้อย มันช่วยให้การถ่ายเทน้ำหนักจากส้นไปสู่ปลายเท้าเป็นธรรมชาติกว่าความลงตัวที่ต้องใช้เวลาปรับจูน
จังหวะการลงเท้าของ Boston 12 ไม่ใช่สิ่งที่ใส่ปุ๊บแล้วจะรู้สึก 'ว้าว' ทันที ถ้าให้เปรียบเทียบ มันเหมือนกับเวลาที่เราจิบเบียร์คราฟต์สไตล์ IPA ครั้งแรก หรือการพยายามฟังแผ่นเสียงเพลงแจ๊สยุค Bebop ลิ้นและหูของเราต้องใช้เวลา 'จูน' เพื่อทำความเข้าใจความขมหรือจังหวะขัดๆ เหล่านั้น ในช่วง 20 กิโลเมตรแรกของการใส่ Boston 12 ผมแอบหงุดหงิดกับความกระด้างของโฟม Lightstrike 2.0 ที่ยังไม่เข้าที่ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ผมเคยเขียนบอกไว้ว่า "รองเท้าวิ่งสมัยนี้ไม่ต้องมี Break-in period แล้ว" แต่ผมยอมรับว่าผมคิดผิด โครงสร้างโฟมคู่กับก้านไฟเบอร์กลาสของมันต้องการระยะเวลาในการคลายตัวจริงๆ
เมื่อผ่านพ้นช่วง 30-40 กิโลเมตรไปแล้ว เหมือนโฟมมันเริ่มยุบตัวรับกับสรีระฝ่าเท้า ความนุ่มเด้งที่แท้จริงถึงปรากฏออกมา กลายเป็นรองเท้าที่วิ่งสนุกและไว้ใจได้
Comments
Comments are currently closed. Have feedback or a question? Visit the Contact page.