รองเท้าวิ่งสุดคุ้ม! เทียบท็อปฮิต Nike Air Zoom กับ Asics Gel-Kayano

เจาะลึกสถิติและผลทดสอบแล็บ: รองเท้าวิ่งคู่ไหนตอบโจทย์มาราธอนที่สุด?

ตัวเลขสถิติจากแอปพลิเคชันเก็บข้อมูลการออกกำลังกายระดับโลกมักซ่อนความจริงที่น่าสนใจไว้เสมอ ข้อมูลจาก Strava Insights ระบุชัดเจนว่ามีรองเท้าวิ่งสองตระกูลที่ครองแชมป์ระยะทางสะสมสูงสุดในกลุ่มนักวิ่งมาราธอน นั่นคือตระกูล nike air zoom และ asics gelkayano การเลือกรองเท้าวิ่งคู่แรกเพื่อใช้ซ้อมระยะไกลเป็นความท้าทายของนักวิ่งหน้าใหม่ การดูแค่สีสันหรือดีไซน์ภายนอกอาจนำไปสู่อาการบาดเจ็บเรื้อรังได้ เรามาดูข้อมูลการทดสอบเชิงลึกกันดีกว่าว่า รองเท้ายอดฮิตสองฝั่งนี้มีคาแรกเตอร์ต่างกันอย่างไร

คะแนนรีวิวจากห้องแล็บทดสอบ

เว็บไซต์รีวิวอุปกรณ์กีฬาที่เชื่อถือได้อย่าง RunRepeat ได้ทำการผ่าพิสูจน์และวัดค่าต่างๆ ของรองเท้าวิ่งอย่างละเอียด ข้อมูลเหล่านี้น่าสนใจมากเมื่อนำมาวางเทียบกัน
หัวข้อการประเมิน ตระกูล Nike Air Zoom (Pegasus) ตระกูล Asics Gelkayano
น้ำหนัก (เฉลี่ย) เบากว่า (~260-280 กรัม) หนักกว่า (~300-320 กรัม)
ระดับการซัพพอร์ต (Stability) Neutral (สำหรับคนรูปเท้าปกติ) Maximum Stability (ซัพพอร์ตคนเท้าแบน)
การตอบสนองพื้น (Cushioning) นุ่มเด้ง (Responsive) นุ่มแน่น (Plush & Firm)
อ้างอิงข้อมูลทางวิศวกรรมจาก: RunRepeat (Asics) และ RunRepeat (Nike). Last verified: 2020-12-28
ตารางด้านบนบอกอะไรเรา? รองเท้าฝั่ง Nike เน้นความคล่องตัวและการทำความเร็ว ในขณะที่ Asics ออกแบบมาเพื่อควบคุมความมั่นคงของโครงสร้างเท้า
ภาพรองเท้าวิ่งบนลู่วิ่งเทียบสองรุ่น
ภาพรองเท้าวิ่งบนลู่วิ่งเทียบสองรุ่น

โครงสร้างเท้ากับวิทยาศาสตร์การกีฬาล่าสุด

วารสารทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา PubMed ได้ตีพิมพ์งานวิจัยเกี่ยวกับการรับแรงกระแทกของข้อต่อระหว่างการวิ่งมาราธอน งานวิจัยชี้ว่าความนุ่มของพื้นรองเท้าไม่ใช่คำตอบเดียวของการป้องกันการบาดเจ็บ นักวิ่งที่มีภาวะเท้าแบน (Overpronation) เมื่อวิ่งระยะทางไกล กล้ามเนื้อรอบข้อเท้าจะล้าและทำให้เท้าพับเข้าด้านในมากกว่าปกติ เทคโนโลยีประคองอุ้งเท้าแบบ Dynamic DuoMax ของ Asics จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดามไม่ให้ข้อเท้าล้ม แต่สำหรับคนที่มีอุ้งเท้าปกติ การใช้รองเท้าสาย Neutral อย่างตระกูล Air Zoom จะช่วยให้การกลิ้งเท้าเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและประหยัดพลังงานมากกว่า

จากก้าวแรกที่สวนลุมฯ สู่การซ้อมมาราธอน

ย้อนกลับไปตอนปี 2015 ซึ่งเป็นปีแรกที่ผมเริ่มหัดวิ่งอย่างจริงจังที่สวนลุมพินี ตอนนั้นผมอายุประมาณ 27 ร่างกายยังไม่คุ้นชินกับการรับแรงกระแทกต่อเนื่อง ผมเริ่มจากการใส่รองเท้าสาย Stability ที่มีพื้นหนาและแน่น ความมั่นคงของรองเท้าช่วยเซฟเข่าผมในช่วงที่กล้ามเนื้อขายังไม่แข็งแรง พอซ้อมต่อเนื่องมาได้สักพักและเริ่มทำความเร็วในคอร์ท Interval ผมถึงเริ่มเปลี่ยนมาสวมรองเท้าที่พื้นเด้งและเบาขึ้น ความรู้สึกตอนที่โฟมส่งแรงสะท้อนกลับมามันทำให้รอบขาสนุกขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตลอด 5 ปีที่คลุกคลีกับการซ้อมมาราธอน ผมเรียนรู้ว่ารองเท้าแต่ละคู่มีช่วงเวลาที่เหมาะสมของมันเอง

เมื่อเพื่อนร่วมเส้นทางถามหาความคุ้มค่า

หลายครั้งหลังจากการซ้อมยาว จังหวะที่กำลังนั่งพักจิบน้ำหรือบางวันก็มีคราฟต์เบียร์เย็นๆ สักแก้ว รุ่นน้องในทีมมักจะถามเสมอว่าควรลงทุนกับรุ่นไหนดี ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญใน Runner's World ยืนยันว่าทั้งสองรุ่นนี้คือตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการเริ่มต้น หากคุณต้องการรองเท้าที่วิ่งจ๊อกกิ้งก็ได้ วิ่งทำความเร็วก็ดี ฝั่ง Nike จะตอบโจทย์ความอเนกประสงค์ แต่ถ้าคุณรูปร่างใหญ่ น้ำหนักตัวเยอะ หรือมีปัญหาเจ็บเข่าบ่อย การเลือกรองเท้าที่เน้นซัพพอร์ตสูงสุดอย่าง Asics คือการตัดสินใจที่ถูกต้อง
A person in black leggings and
A person in black leggings and

สถิติหน้างาน: รองเท้าแบบไหนครองสนามเมืองไทย?

สภาพอากาศและพื้นถนนเป็นปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้ บทความและสถิติจาก ThaiRun สะท้อนภาพงานวิ่งในบ้านเราได้อย่างน่าสนใจ ในระยะมินิมาราธอน (10K) เราจะเห็นรองเท้าที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยวและทำความเร็วได้ดีครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของสนาม แต่เมื่อเดินไปดูจุดสตาร์ทของระยะฟูลมาราธอน (42.195K) สัดส่วนของรองเท้ากลุ่ม Maximum Cushioning และ Stability จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เมื่อต้องเผชิญกับพื้นถนนยางมะตอยแข็งๆ เป็นเวลา 4-5 ชั่วโมง ความสบายและการประคองเท้าคือสิ่งที่ร่างกายต้องการมากที่สุด
คำแนะนำเพิ่มเติม: นอกจากการเลือกรองเท้าให้ถูกประเภทแล้ว การควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจก็สำคัญไม่แพ้กัน ลองหาเวลาศึกษา เทคนิคการวิ่งโซน 2 ดูครับ มันจะช่วยให้คุณวิ่งระยะไกลได้ทนทานขึ้นโดยไม่เหนื่อยหอบจนเกินไป
การเลือกรองเท้าวิ่งก็เหมือนกับการเลือกฟังแผ่นเสียงเพลงแจ๊ส บางวันเราต้องการพลังงานและความรวดเร็วแบบดนตรี Bebop ซึ่งตรงกับคาแรกเตอร์ที่นุ่มเด้งตอบสนองไว แต่บางวันเราแค่ต้องการความหนักแน่น มั่นคง และคาดเดาได้แบบ Cool Jazz เพื่อพาเราไปให้ถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย ลองไปสวมวิ่งเบาๆ ที่ร้านดูครับ ร่างกายคุณจะบอกเองว่าจังหวะไหนคือจังหวะที่ใช่สำหรับคุณ

ธนกฤต วิริยะพานิช (โค้ชต้น)

นักวิ่งมาราธอนที่หลงใหลในตัวเลขและสถิติ มีประสบการณ์ซ้อมและแข่งมากกว่า 9 ปี ปัจจุบันเป็นโค้ชอิสระที่มุ่งมั่นให้คนไทยวิ่งได้อย่างยั่งยืนและไร้อาการบาดเจ็บ

View all posts →

Comments

Comments are currently closed. Have feedback or a question? Visit the Contact page.