ก้าวต่อไปของสายเด้ง: คาดการณ์ Asics Novablast 5 จะเป็นอย่างไร?

ก้าวต่อไปของสายเด้ง: คาดการณ์ Asics Novablast 5 จะเป็นอย่างไร?

ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่กับการวิเคราะห์ข้อมูลวิ่งมานานกว่า 12 ปี (เริ่มจริงจังมาตั้งแต่ปี 2015) ผมเห็นพัฒนาการของรองเท้าวิ่งมาหลายยุคครับ แต่ไม่มีซีรีส์ไหนที่สร้างปรากฏการณ์ "เปลี่ยนกระแส" ได้เท่ากับตระกูล Blast ของ ASICS อีกแล้ว โดยเฉพาะรุ่น 4 ที่เพิ่งผ่านพ้นฤดูกาลมาราธอนปีที่ผ่านมาไปอย่างสวยงาม การจะมองไปถึงรุ่น 5 ที่กำลังจะมาถึงในปี 2027 นี้ เราต้องเริ่มจากการกางตัวเลขออกมาดูว่าบรรทัดฐานที่รุ่น 4 ทำไว้นั้นสูงแค่ไหน

คุณลักษณะ (Specifications) Asics Novablast 4 (ปัจจุบัน) Asics Novablast 5 (คาดการณ์)
วัสดุโฟมชั้นกลาง (Midsole) FF Blast™ Plus ECO FF Blast™ Max (หรือเทคโนโลยี Bio-based ที่หนาแน่นขึ้น)
ความสูงพื้น (Stack Height) 41.5 mm (ส้น) / 33.5 mm (หน้าเท้า) 42.5 mm / 34.5 mm (เน้น Max Cushion มากขึ้น)
น้ำหนัก (Size 9 US) ~260 กรัม ~250 กรัม (คาดว่าจะลดน้ำหนักจาก Upper ใหม่)
วัสดุพื้นนอก (Outsole) AHAR™ Lo-HR / AHAR™ Plus ASICSGRIP™ (อาจมีการนำยางตัวท็อปมาใช้เพิ่มการยึดเกาะ)
ราคาเปิดตัว (โดยประมาณ) 4,900 - 5,200 บาท 5,200 - 5,500 บาท

Source: RunRepeat Shoe Database. Last verified: 2027-03-30

สรุปความเปลี่ยนแปลงสำคัญในเชิงสถิติ

หากดูจากทิศทางของ ASICS ในช่วงปีที่ผ่านมา สิ่งที่น่าจับตามองใน Novablast 5 คือการขยับเข้าใกล้ความเป็น "Super Trainer" มากขึ้นไปอีกระดับครับ ตัวเลข Stack Height ที่สูงเกิน 40 มม. กลายเป็นมาตรฐานใหม่ไปแล้ว แต่โจทย์ยากคือจะทำอย่างไรให้ความสูงขนาดนี้ยังคงความเสถียร (Stability) ไว้ได้โดยไม่เพิ่มน้ำหนัก ข้อมูลจาก Strava Year in Sport Insights ชี้ให้เห็นว่านักวิ่งที่ใช้รองเท้ากลุ่ม Daily Trainer ความเร็วสูงมีอัตราการซ้อมที่ต่อเนื่องกว่า ซึ่งนี่คือสิ่งที่รุ่น 5 ต้องตีโจทย์ให้แตกเพื่อให้การซ้อมในทุกวันมีประสิทธิภาพสูงสุด

A vibrant orange sunset glows over
A vibrant orange sunset glows over

ย้อนวันวานกับความเด้งที่สวนลุม: ทำไม Novablast ถึงกลายเป็นรองเท้าคู่ใจ

ผมจำได้แม่นเลยครับ เช้าวันเสาร์ที่สวนลุมพินีเมื่อช่วงปีที่แล้ว ตอนนั้นผมกำลังอยู่ในช่วงสัปดาห์ที่ 12 ของตารางซ้อมมาราธอน ขาผมล้ามากจากการวิ่ง Tempo เมื่อวันพฤหัสบดี วันนั้นผมหยิบ Novablast 4 ออกไปวิ่ง Easy 18 กิโลเมตร ความรู้สึกแรกที่เท้าสัมผัสพื้นรอบวงเวียนนาฬิกาคือ 'ความหยุ่น' ที่ต่างจากรุ่น 3 อย่างเห็นได้ชัด มันไม่ได้ยวบจนเสียพลังงาน แต่มันเหมือนมีสปริงเล็กๆ ช่วยประคองจังหวะก้าวให้ไปต่อได้เรื่อยๆ

ฟีลลิ่ง 'แทรมโพลีน' (Trampoline-like effect) คือนิยามที่คนทั่วโลกมอบให้ซีรีส์นี้ครับ ในฐานะโค้ชที่ซ้อมในสนามยอดฮิตอย่างสวนลุมพินี ผมมักจะถูกลูกศิษย์ถามเสมอว่า "รุ่น 5 มันจะเด้งกว่าเดิมไหม?" คำตอบของผมในเชิงเทคนิคคือ มันไม่ควรจะเด้งไปมากกว่านี้จนคุมไม่อยู่ แต่ควรจะ "เด้งอย่างมีเสถียรภาพ" มากขึ้น ในรุ่น 4 ทาง ASICS แก้ปัญหาหน้าเท้าแคบไปได้เยอะแล้ว แต่ในรุ่น 5 ผมหวังว่าจะเห็นการโอบอุ้มช่วงกลางเท้า (Midfoot lockdown) ที่ดีขึ้น เพื่อรองรับนักวิ่งที่เน้นการลงเท้ากลางหน้าเท้ามากขึ้นครับ

การวิ่งท่ามกลางอากาศร้อนชื้นในกรุงเทพฯ ทำให้ผมเห็นจุดอ่อนอย่างหนึ่งคือ เมื่อวิ่งเกิน 15 กิโลเมตรไปแล้ว ความร้อนสะสมในตัวโฟมดูเหมือนจะทำให้ความเด้งดรอปลงเล็กน้อย (ถึงแม้จะน้อยมากจนคนส่วนใหญ่อาจไม่รู้สึก) นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็นการปรับปรุงในเวอร์ชันปี 2027 นี้ครับ

บรรยากาศการซ้อมวิ่งยามเช้าที่สวนลุมพินี สถานที่ทดสอบรองเท้าคู่ใจของผม
บรรยากาศการซ้อมวิ่งยามเช้าที่สวนลุมพินี สถานที่ทดสอบรองเท้าคู่ใจของผม

ปรากฏการณ์ 'สายเด้ง' ทั่วไทย: จากงานวิ่งสู่ความต้องการของนักวิ่งท้องถิ่น

ถ้าคุณไปเดินงาน Expo ของรายการใหญ่อย่าง Amazing Thailand Marathon หรือ Bangsaen42 คุณจะเห็นรองเท้าตระกูล Novablast วางขายและมีคนต่อคิวลองไซส์กันหนาแน่น ข้อมูลจาก ThaiRun Content Portal ยืนยันว่านี่คือหนึ่งในโมเดลที่มียอดขายสูงสุดในกลุ่มรองเท้าซ้อมวิ่งสมรรถนะสูงในไทย ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

คำตอบง่ายๆ คือ "ความคุ้มค่า" ครับ นักวิ่งไทยส่วนใหญ่ไม่ได้มีรองเท้า 5-6 คู่แบ่งตามประเภทการซ้อม เราชอบรองเท้าแบบ "One Shoe to Rule Them All" คือใส่ซ้อม Easy ก็ได้ ใส่ลงคอร์ทก็ได้ หรือจะใส่ไปล่า New PB ในวันแข่งมาราธอนสำหรับกลุ่ม Sub 5 ก็ยังไหว Novablast ตอบโจทย์นี้ได้ครอบคลุมที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด

อย่างไรก็ตาม โจทย์ใหญ่คือการระบายอากาศในภูมิอากาศเขตร้อนครับ ถนนในเมืองไทยช่วงหน้าร้อนปี 2027 นี้ร้อนระอุ อัปเปอร์ที่เป็นผ้า Engineered Woven ในรุ่น 4 ถึงจะนุ่มสบาย แต่มันแอบเก็บความร้อนพอสมควร ใน Novablast 5 ผมคาดหวังว่าจะมีการเปลี่ยนไปใช้ผ้า Mesh ที่มีความโปร่งมากขึ้น หรือมีการเจาะรูระบายอากาศ (Perforations) ในตำแหน่งที่ถูกต้องเพื่อช่วยให้เท้านักวิ่งไทยไม่อับจนเกินไปในระยะยาว

Tip จากโค้ช: หากคุณมีแผนจะซื้อ Novablast 5 ทันทีที่เปิดตัว อย่าลืมเช็คถุงเท้าที่คุณใช้ด้วยนะครับ รองเท้าที่มีโฟมหนาและเด้งแบบนี้จะทำงานได้ดีที่สุดกับถุงเท้าที่มีการกระชับช่วงอุ้งเท้า (Arch Support) เพื่อลดการเลื่อนไถลภายในรองเท้าขณะที่โฟมคืนตัว

วิวัฒนาการของตระกูล Blast: จากม้าพยศสู่เพื่อนที่แสนดี

ถ้าย้อนกลับไปตอน Novablast รุ่นแรกเปิดตัว มันเหมือน "ม้าพยศ" เลยครับ เด้งมาก สนุกมาก แต่ความมั่นคง (Stability) ต่ำมาก จนโค้ชหลายคนไม่กล้าแนะนำให้นักวิ่งมือใหม่ใส่เพราะกลัวจะข้อเท้าพลิกได้ง่าย แต่ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ASICS ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการรับฟัง Feedback และปรับปรุงจนรุ่น 4 กลายเป็นรองเท้าที่สมดุลอย่างเหลือเชื่อ

การนำหลักการ VDOT O2 Coaching Principles มาใช้สอนนักวิ่ง การมีรองเท้าที่รักษาจังหวะ (Rhythm) ได้สม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญมากครับ รุ่น 5 ที่กำลังจะมาถึงน่าจะสานต่อแนวทาง "Geometric Midsole" หรือการแกะสลักรูปทรงพื้นให้เอื้อต่อการไหลของก้าววิ่ง (Transition) ให้ลื่นไหลกว่าเดิม การลดความกระด้างของช่วงปลายเท้าลงอีกนิดจะช่วยให้นักวิ่งที่ซ้อมวิ่งระยะไกลไม่รู้สึกล้าช่วงนิ้วเท้าเมื่อวิ่งผ่านกิโลเมตรที่ 30 ไปแล้ว

A person with dark skin prepares
A person with dark skin prepares

เจาะลึกวิทยาศาสตร์ FF Blast™: เมื่อความเด้งต้องมาพร้อมความปลอดภัย

เรามาคุยกันเรื่องข้อมูลทางวิทยาศาสตร์กันนิดนึงครับ งานวิจัยทางการแพทย์จาก PubMed (Sports Medicine) ระบุชัดเจนว่าโฟมที่มีแรงคืนตัวสูง (High-rebound foams) ช่วยเพิ่ม Running Economy ได้จริง แต่อาจจะแลกมาด้วยการโหลดที่ข้อเข่าและหน้าแข้งหากพื้นรองเท้าขาดความมั่นคง

ใน Novablast 4 โฟม FF Blast™ Plus ECO ทำคะแนนด้าน Energy Return ได้สูงถึงเกือบ 80% ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับรองเท้าที่ไม่มีแผ่นคาร์บอน ในรุ่น 5 มีความเป็นไปได้ที่ ASICS จะนำวัสดุใหม่ที่ชื่อว่า FF Blast™ Max มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความนุ่มนวลในการลงเท้า แต่เพิ่มการสปริงตัวในจังหวะยกเท้า (Toe-off) ให้แรงขึ้นโดยไม่เพิ่มน้ำหนักของโฟม

จากประสบการณ์วิเคราะห์ข้อมูลนักวิ่งที่มีปัญหาบาดเจ็บเรื้อรัง ผมสังเกตเห็นว่าข้อมูลการบาดเจ็บของนักวิ่งที่ใช้รองเท้าพื้นหนารุ่นใหม่ๆ มีอัตราการบาดเจ็บที่ "ข้อเท้า" ลดลง แต่ไปเพิ่มที่ "สะโพก" แทน เพราะรองเท้าช่วยรับแรงแทนข้อเท้าไปเยอะ ดังนั้น Novablast 5 จึงควรเป็นรองเท้าที่ช่วยจัดระเบียบการวางเท้าให้เป็นธรรมชาติที่สุด (Natural Gait) เพื่อลดภาระของร่างกายส่วนบนขึ้นไป

เสียงจากเพื่อนนักวิ่ง: สิ่งที่ชุมชนอยากเห็นใน Novablast 5

เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมมีโอกาสไปร่วมแจมวิ่งกับกลุ่มนักวิ่งแถวพระราม 4 และได้คุยเรื่องรองเท้ารุ่นใหม่นี้ สิ่งที่น่าสนใจคือมุมมองที่สะท้อนจากผู้ใช้จริงครับ:

  • พื้นยาง AHAR™ บนถนนเปียก: นักวิ่งไทยหลายคนบอกว่าเวลาวิ่งสวนลุมตอนฝนตกใหม่ๆ พื้นยางของ ASICS บางรุ่นแอบลื่น ในรุ่น 5 ทุกคนคาดหวังการอัปเกรดเป็น ASICSGRIP™ ที่เหนียวหนึบขึ้น
  • ลิ้นรองเท้า (Gusseted Tongue): บางคนที่มีเท้าเรียวรู้สึกว่าลิ้นรองเท้ารุ่น 4 แอบยาวไปนิดจนบาดข้อเท้าในบางจังหวะ การปรับให้สั้นลงหรือนุ่มขึ้นในรุ่น 5 น่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการ
  • ความทนทาน: ด้วยราคาที่ขยับขึ้นเรื่อยๆ นักวิ่งบ้านเราคาดหวังว่าพื้นโฟมต้องไม่ "ยุบ" เร็วจนเกินไป อย่างน้อยต้องยืนระยะได้ 600-800 กิโลเมตรโดยที่ฟีลลิ่งไม่เปลี่ยนมากนัก

มีคำถามหนึ่งที่น่าสนใจคือ ASICS จะกล้าใส่ "แผ่นพลาสติก" (TPU Plate) เข้าไปในรุ่น 5 หรือไม่? เพื่อให้มันสู้กับคู่แข่งรายอื่นได้มากขึ้น แต่ส่วนตัวผมมองว่าถ้าใส่เข้าไป มันอาจจะทำลายมนต์เสน่ห์ของความนุ่มนวลแบบธรรมชาติที่เป็นจุดขายของซีรีส์นี้ไปเลยก็ได้ ซึ่งเราคงต้องรอลุ้นกันตอนเปิดตัว

จังหวะของรองเท้ากับจังหวะของแจ๊ส: การรอคอยที่ลงตัว

การรอคอยรองเท้ารุ่นใหม่สำหรับผม มันคล้ายกับการไปตระเวนตามร้านแผ่นเสียงย่านทองหล่อเพื่อหาแผ่น Jazz ของ Miles Davis รุ่นหายากครับ มันคือความละเมียดละไม เราไม่ได้ต้องการแค่ "อะไรก็ได้ที่ใส่วิ่งได้" แต่เราต้องการ "จังหวะที่ลงตัว" (The Perfect Rhythm) ระหว่างร่างกายกับอุปกรณ์

ในการซ้อมมาราธอนช่วงปี 2027 นี้ ผมมองว่า Novablast 5 จะยังคงเป็น "รองเท้าตัวเลือกแรก" สำหรับนักวิ่งที่เน้นความยั่งยืนและความสนุกในการซ้อม มันอาจจะไม่ใช่รองเท้าที่เบาที่สุด หรือเร็วที่สุด แต่ถ้ามันช่วยให้คุณตื่นมาวิ่งในเช้าวันถัดไปได้โดยไม่เจ็บ นั่นแหละคือชัยชนะที่แท้จริงของการวิ่งครับ

ติดตามรายละเอียดสเปกอย่างเป็นทางการได้ที่ ASICS Thailand Technology Portal แล้วพบกันบนเส้นทางวิ่งครับ!

ความหลงใหลในแผ่นเสียงแจ๊สที่คู่ขนานไปกับความรักในการวิ่ง
ความหลงใหลในแผ่นเสียงแจ๊สที่คู่ขนานไปกับความรักในการวิ่ง

ธนกฤต วิริยะพานิช (โค้ชต้น)

นักวิ่งมาราธอนที่หลงใหลในตัวเลขและสถิติ มีประสบการณ์ซ้อมและแข่งมากกว่า 9 ปี ปัจจุบันเป็นโค้ชอิสระที่มุ่งมั่นให้คนไทยวิ่งได้อย่างยั่งยืนและไร้อาการบาดเจ็บ

View all posts →

Comments

Comments are currently closed. Have feedback or a question? Visit the Contact page.