รีวิวรองเท้า

มายาคติของ ‘รองเท้าคู่เดียวจบ’ ในยุคคาร์บอนครองเมือง

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลกของการวิ่งมาราธอนถูกเขย่าด้วยเทคโนโลยีแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ นักวิ่งหน้าใหม่จำนวนมากยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินก้อนโตเพื่อซื้อรองเท้าตัวท็อป หวังว่ามันจะเป็น “ทางลัด” สู่สถิติส่วนตัวที่ดีที่สุด แต่จากมุมมองของคนที่ขลุกอยู่ในวงการมาราธอนมาตั้งแต่ปี 2015 (หรือราวๆ 8 ปีที่ผ่านมา) ความเชื่อที่ว่ารองเท้าคาร์บอนคู่เดียวจบ ใส่ซ้อมทุกวัน ใส่แข่งทุกงาน คือความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่อาการบาดเจ็บเรื้อรัง

ทำไมวันซ้อมสบายๆ ถึงสำคัญที่สุด

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและบทวิเคราะห์บน Runner's World มักเน้นย้ำเรื่องการแยกรองเท้าให้เหมาะกับประเภทการซ้อม แผนมาราธอนที่มีประสิทธิภาพจะกำหนดให้ 80% ของระยะทางทั้งหมดอยู่ในโซน 2 (Easy Pace) ร่างกายจึงต้องการรองเท้า “ม้างาน” (Daily Trainer) ที่ออกแบบมาเพื่อความทนทานและซับแรงกระแทก มากกว่าจะเน้นความเด้งเพื่อทำความเร็ว นี่คือจุดที่ adidas supernova ก้าวเข้ามาตอบโจทย์ได้อย่างพอดี
A runner enjoys a golden sunset
A runner enjoys a golden sunset

วิวัฒนาการและกฎเกณฑ์ของ Running Shoes ยุคใหม่

วิทยาศาสตร์การกีฬามีความชัดเจนมากในเรื่องการออกแบบ running shoes เพื่อป้องกันการได้เปรียบที่มากเกินไป สหพันธ์กรีฑานานาชาติ หรือ World Athletics ได้ตั้งกฎเกณฑ์ว่ารองเท้าแข่งขันทางการต้องมีพื้น (Stack Height) หนาไม่เกิน 40 มิลลิเมตร และมีแผ่นคาร์บอนได้สูงสุดเพียง 1 ชั้น ข้อมูลการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน PubMed (Sports Medicine) ยืนยันว่ารองเท้าคาร์บอนช่วยปรับปรุง Running Economy หรือประหยัดพลังงานได้ถึง 4% แต่ตัวเลขนี้จะสัมฤทธิ์ผลเมื่อวิ่งด้วยเพซที่เร็วระดับหนึ่งเท่านั้น ในทางกลับกัน การนำรองเท้าประเภทนี้มาใส่วิ่งช้าๆ ในโซน 2 อาจเป็นการเพิ่มภาระให้กล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายโดยไม่จำเป็น
ประเภทรองเท้า จุดประสงค์หลัก Running Economy Gain ความเหมาะสม (โซน 2)
Carbon Plated (Super Shoes) วันแข่ง (Race Day) ~4% (ที่เพซเร็ว) ต่ำ
Daily Trainer (เช่น adidas supernova) ซ้อมโซน 2 / Recovery N/A สูงมาก
Source: ข้อมูลสรุปจากสเปกของผู้ผลิตและงานวิจัยตีพิมพ์. Last verified: 2023-12-05

8 ปีบนถนนสายมาราธอน: จากยุคมินิมอลสู่การหาจุดสมดุล

ย้อนกลับไปตอนที่ผมเริ่มวิ่งมาราธอนจริงจังในปี 2015 ยุคนั้นกระแสรองเท้าสไตล์มินิมอลลิสต์กำลังมาแรง พื้นบาง ดิบ สัมผัสพื้นถนนแบบเต็มๆ หลังจากนั้นวงการก็สวิงกลับไปหาแนว Maximalist โฟมหนาเตอะจนบางครั้งเสียความมั่นคง (Stability) ไป ในฐานะโค้ชวิ่งที่ต้องดูแลตารางซ้อมให้นักเรียน ผมมักจะบอกเสมอว่ารองเท้าซ้อมที่ดีต้องมีความพอดี ไม่ยวบจนเกินไป
"เมื่อก่อนผมบ้าพลังมาก ซ้อมยาวทีไรก็ใส่แต่รองเท้าแข่ง บางทีก็แอบคิดนะว่าถ้าวันนั้นผมรู้จัก เจาะลึก Adidas Adizero SL: รองเท้า Daily Trainer สามัญประจำบ้านของค่ายสามแถบ เร็วกว่านี้ เข่าผมคงไม่ต้องรับภาระหนักขนาดนั้น"

เสียงสะท้อนจากคอมมูนิตี้และสถิติความทนทาน

ลองมองไปรอบๆ งานวิ่งท้องถิ่น หรือดูสถิติบนเว็บไซต์ ThaiRun จะเห็นว่าเทรนด์ของนักวิ่งแนวหลังเริ่มเปลี่ยน คนส่วนใหญ่ตระหนักว่าพวกเขาต้องการรองเท้าซ้อมที่ทนทานและไว้ใจได้ มากกว่ารองเท้าแข่งราคาแพงที่อายุการใช้งานสั้น ข้อมูลจาก Strava Insights ชี้ให้เห็นว่านักวิ่งที่เตรียมตัวสำหรับมาราธอนมักจะมีระยะทางสะสม 50-80 กิโลเมตรต่อสัปดาห์ ขณะที่บทวิเคราะห์จาก RunRepeat ระบุว่าอายุการใช้งานเฉลี่ยของรองเท้าซ้อมทั่วไปควรแตะระดับ 600-800 กิโลเมตรก่อนที่โฟมจะเสื่อมสภาพ หากคำนวณราคาต่อกิโลเมตรแล้ว เลือกรองเท้าอย่าง adidas supernova ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า แต่ถ้าใครยังติดใจความนุ่มแบบขั้นสุด ลองไปดูรีวิว Skechers GoRun Ride 11: รองเท้าวิ่งซ้อมเรื่อยๆ ที่ใส่สบายจนไม่อยากถอด ที่ผมเคยเขียนไว้เป็นทางเลือกเพิ่มเติมได้ครับ

จำเป็นไหมที่รองเท้าซ้อมโซน 2 ต้องนุ่มยวบ?

หลายคนอาจจะคิดว่า ยิ่งนุ่มยิ่งดีเวลาซ้อมยาว แต่ในความเป็นจริงทางชีวกลศาสตร์ รองเท้าที่นุ่มและยวบเกินไป จะทำให้ข้อเท้าทำงานหนักขึ้นเพื่อสร้างความมั่นคง (Stabilize) ในแต่ละก้าว ฟีลลิ่งการกระแทกบริเวณส้นเท้าของซีรีส์ Supernova จะมีความเฟิร์มผสมอยู่ นุ่มพอที่จะซับแรงกระแทกจากพื้นคอนกรีตแข็งๆ แต่ก็เฟิร์มพอที่จะส่งแรงให้ก้าวต่อไปแบบไม่กินแรง

เช้าวันอาทิตย์ที่สวนลุมฯ

เสียงฝีเท้ากระทบพื้นยางมะตอยดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสงไฟสีส้มจากเสาไฟในสวนลุมพินีสะท้อนเงาของกลุ่มนักวิ่งที่กำลังซ้อม Long Run กันในเช้ามืดวันอาทิตย์ หลังจากวิ่งเสร็จ แวะจิบกาแฟหรือบางทีก็แอบคิดไปถึงคราฟต์เบียร์เย็นๆ สำหรับช่วงเย็นหลังฟื้นฟูร่างกาย ผมก้มมองรองเท้าคู่ใจที่เปื้อนฝุ่นเล็กน้อยจากการซ้อมมาตลอดสัปดาห์ ท่ามกลางกระแสของเทคโนโลยีสุดล้ำ การมีรองเท้า "ม้างาน" ธรรมดาๆ ที่ช่วยเซฟร่างกายเราให้พร้อมสำหรับการซ้อมในวันพรุ่งนี้ คือหัวใจสำคัญของการยืนระยะบนเส้นทางมาราธอนที่แสนยาวไกล 🏃🏻‍♂️

ธนกฤต วิริยะพานิช (โค้ชต้น)

นักวิ่งมาราธอนที่หลงใหลในตัวเลขและสถิติ มีประสบการณ์ซ้อมและแข่งมากกว่า 9 ปี ปัจจุบันเป็นโค้ชอิสระที่มุ่งมั่นให้คนไทยวิ่งได้อย่างยั่งยืนและไร้อาการบาดเจ็บ

View all posts →

Comments

Comments are currently closed. Have feedback or a question? Visit the Contact page.