ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปวิ่งเทรลกับ Adidas Terrex

ความเชื่อผิดๆ ที่ว่าวิ่งเทรลจะทำให้ความเร็วตก

นักวิ่งถนนหลายคนมักมีความเชื่อว่า ถ้าหนีไปวิ่งป่าวิ่งเขาเมื่อไหร่ รอบขาจะตก ความเร็วบนถนนจะหายไป และสถิติมาราธอนที่อุตส่าห์ปั้นมาจะพังทลาย แต่จากประสบการณ์คลุกคลีกับการซ้อมมาราธอนมาตั้งแต่ปี 2015 ของผม บอกได้เลยว่าการเอาตัวเองไปลุยดินลุยโคลนบ้าง คือการครอสเทรนนิ่ง (Cross-training) ชั้นเยี่ยมที่จะช่วยทลายกำแพงความจำเจในการซ้อมได้อย่างชะงัด

เมื่อกำแพงของนักวิ่งไม่ใช่แค่เรื่องระยะทาง

บางครั้งกำแพงที่เราชนไม่ใช่กำแพงระยะ 30 กิโลเมตร หรืออาการกล้ามเนื้อล้า แต่มันคือ "ความเบื่อหน่าย" การซ้อมบนพื้นยางมะตอยแข็งๆ ทิวทัศน์เดิมๆ ทำให้แรงจูงใจถดถอย การหันไปหาสภาพแวดล้อมใหม่ๆ อย่างการวิ่งเทรล (Trail Running) จึงเป็นทางออกที่นักวิ่งระยะไกลหลายคนเลือกใช้

Enjoying a refreshing trail run
Enjoying a refreshing trail run

สถิติจาก Strava ที่เปลี่ยนมุมมองการซ้อม

ข้อมูลจาก Strava Insights ระบุชัดเจนว่า เทรนด์การวิ่งเทรลกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด นักวิ่งมาราธอนจำนวนมากเริ่มหันมาเข้าป่าในช่วงสุดสัปดาห์ ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนสายไปเป็นนักวิ่งอัลตร้าเทรล แต่เพื่อหาความสมดุลใหม่ให้ร่างกายและจิตใจ

ทำไมต้องทิ้งถนนเรียบๆ ไปลุยดินลุยโคลน?

ทำไมเราต้องเอาตัวเองไปลำบากบนพื้นขรุขระ ทางชัน หรือลุยโคลนแฉะๆ? คำตอบไม่ได้มีแค่เรื่องของความท้าทาย แต่มีวิทยาศาสตร์รองรับอยู่เบื้องหลัง

วิทยาศาสตร์ของการลดแรงกระแทก

ในแง่ของชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) การวิ่งบนพื้นผิวที่ไม่สม่ำเสมอและมีความอ่อนนุ่มกว่าถนนยางมะตอย จะช่วยลดแรงกระแทกซ้ำๆ (Repetitive impact forces) ที่เกิดขึ้นกับข้อต่อได้เป็นอย่างดี ซึ่งแรงกระแทกซ้ำๆ นี่แหละคือตัวการหลักที่ทำให้นักวิ่งมาราธอนบาดเจ็บ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์ใน PubMed ยืนยันว่าการเปลี่ยนพื้นผิวการวิ่งช่วยกระจายภาระที่กล้ามเนื้อและกระดูกต้องรับมือ ลดความเสี่ยงอาการบาดเจ็บเรื้อรังได้

สร้างกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ถูกลืม

การต้องทรงตัวบนหิน รากไม้ หรือทางลาดเอียง ยังบังคับให้ร่างกายต้องดึงกล้ามเนื้อมัดเล็ก (Stabilizer muscles) รอบข้อเท้าและเข่ามาใช้งาน กล้ามเนื้อเหล่านี้มักจะหลับใหลเวลาเราวิ่งทำความเร็วบนทางเรียบยาวๆ

จากร่มเงาสวนลุมฯ สู่ความดิบของธรรมชาติ

ภาพจำของผมในวัย 34 ปีนี้ เกือบทุกเช้าคือการวิ่งวนลูปรอบสวนลุมพินี ผ่านศาลาภิรมย์ภักดี ดูนาฬิกา สับคอร์ทตามเพซที่กำหนด มันมีเสน่ห์ในแบบของมัน แต่เมื่อผ่านไป 7 ปี กับการวิ่งหลายร้อยรอบ วิวตึกระฟ้าและเงาต้นไม้เดิมๆ ก็เริ่มทำให้จิตใจต้องการความดิบเถื่อนบ้าง

ถึงเวลาพักรองเท้าคู่เก่งชั่วคราว

รองเท้าทำรอบอย่าง adidas adizero sl ที่ใช้วิ่งเดลี่เทรนนิ่งเป็นประจำ เป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้บนถนนลาดยาง แต่มันถึงเวลาต้องจับมันพักไว้ในตู้รองเท้าชั่วคราว แล้วหยิบอาวุธที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมใหม่ขึ้นมาแทน การวิ่งในป่าต้องการการยึดเกาะและการป้องกันที่รองเท้าถนนให้ไม่ได้

ปัญหาลื่นไถลและคำตอบที่พื้นยางหนึบๆ

ปัญหาคลาสสิกของคนเมืองที่ไปลุยป่าครั้งแรกคือการเอารองเท้าถนนไปวิ่งเทรล ผลที่ตามมาคือ ลื่น ล้ม เบรกไม่อยู่ หรือแย่กว่านั้นคือข้อเท้าพลิก

บทเรียนจากการใส่รองเท้าผิดประเภท

พื้นรองเท้าถนนถูกออกแบบมาให้จับพื้นผิวเรียบ แต่เมื่อเจอดินหนังหมา (ดินเหนียวเปียกน้ำ) หรือมอสบนหิน มันจะกลายเป็นลานสเก็ตน้ำแข็งดีๆ นี่เอง

เจาะลึกประสิทธิภาพของรองเท้าเทรล

ทางแก้ที่ตรงจุดคือการเลือกรองเท้าเทรลที่ดอกยางลึกและยึดเกาะดี หนึ่งในซีรีส์ที่ทำผลงานได้โดดเด่นคือ adidasterrex จากการทดสอบและรีวิวบน RunRepeat พบว่าซีรีส์นี้ (เช่น Agravic หรือ Speed Ultra) ได้รับการประเมินสูงในเรื่องการยึดเกาะพื้นผิวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโคลน หินเปียก หรือทางแห้งร่วน ด้วยพื้นยาง Continental ที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม

เสียงสะท้อนจากคนในวงการเทรล

เพื่อนในชมรมวิ่งหลายคนมักเล่าถึงการไปสัมผัสโลกเทรลครั้งแรก ทุกคนมักจะบอกว่ามันเหนื่อยกว่าที่คิด แต่ก็สนุกและท้าทายกว่าที่คาดไว้มาก

เรื่องเล่าจากสนามเทรลแรก

"ไปลงงาน 15k นึกว่าจะจิ๊บๆ เหมือนวิ่ง City Run ที่ไหนได้ ใช้เวลาไปเกือบสามชั่วโมง! แต่ความรู้สึกตอนถึงจุดชมวิวมันคุ้มค่ามาก และโชคดีที่วันนั้นใส่รองเท้าเทรลไป ดอกยางช่วยชีวิตไว้ตอนลงเขาชันๆ ไม่งั้นคงได้กลิ้งลงมา" - คำบอกเล่าจากเพื่อนนักวิ่งมาราธอนที่เพิ่งเปิดซิงงานเทรล

งานแข่งในไทยที่กำลังรอให้คุณไปสัมผัส

ปัจจุบันวงการเทรลในไทยเติบโตมาก มีงานแข่งแทบทุกสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นสนามใกล้กรุงเทพฯ อย่างเขาฉลาก โป่งแยง หรือเขาใหญ่ คุณสามารถเข้าไปเช็กตารางและสถิติงานแข่งต่างๆ ได้ที่ ThaiRun เพื่อหาเป้าหมายในการทดสอบรองเท้าคู่ใหม่

วิธีปรับตัวสำหรับมือใหม่สายถนน

ถ้าคุณเป็นนักวิ่งเมืองและกำลังจะไปลุยป่า นี่คือสเต็ปการซ้อมและปรับตัวแบบกระชับ:

  • ซ้อมขึ้นลงบันได: หาระเบียงหรือสะพานลอย ซ้อมเดินหรือวิ่งเหยาะๆ ขึ้นลง เพื่อสร้างกล้ามเนื้อต้นขา (Quads) สำหรับการลงเขา
  • ลืมเพซ (Pace) ไปก่อน: วิ่งเทรลให้ดู Heart Rate เป็นหลัก เพซ 6 บนถนน อาจจะกลายเป็นเพซ 9 หรือ 10 บนเทรลชันๆ เป็นเรื่องปกติ
  • เบรก-อิน (Break-in) รองเท้า: ใส่รองเท้าคู่ใหม่ของคุณเดินหรือวิ่งบนทางดินในสวนสาธารณะสัก 2-3 ครั้งให้รองเท้าและเท้าคุ้นเคยกันก่อนลงสนามจริง
Tip: การก้าวเท้าบนเทรลควรสั้นและรวดเร็ว (High cadence) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการหลบหลีกสิ่งกีดขวางและลดความเสี่ยงข้อเท้าพลิก 🏃‍♂️

จิบเบียร์ ฟังแจ๊ส และรอคอยเส้นชัยใหม่

หลังจากการวิ่งซ้อมเทรลอย่างหนักหน่วงจนตัวเต็มไปด้วยโคลน การกลับมาถึงห้องเพื่อฉีดน้ำล้างทำความสะอาดรองเท้าคู่เก่งก็เป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่ทำให้จิตใจสงบลงได้

ช่วงเวลาพักผ่อนที่แท้จริง

เมื่อทุกอย่างสะอาดเอี่ยม ผมมักจะหยิบแผ่นเสียงแจ๊สเก่าๆ ของ Miles Davis หรือ John Coltrane มาวางบนเครื่องเล่น ปล่อยให้เสียงเข็มสะกิดร่องแผ่นดังเบาๆ รินคราฟต์เบียร์เย็นเจี๊ยบสักแก้วเพื่อเป็นรางวัลให้กล้ามเนื้อที่เพิ่งผ่านการใช้งานหนัก

การวิ่งเทรลด้วยรองเท้าที่เหมาะสม ไม่ได้แปลว่าเราทิ้งความฝันบนเส้นทางมาราธอน แต่มันคือการถอยออกมาก้าวหนึ่ง เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟู ได้ใช้กล้ามเนื้อส่วนอื่น และทำให้จิตใจกระหายที่จะกลับไปซ้อมทำความเร็วอีกครั้ง ในวันหยุดที่จะถึงนี้ ผมมีแพลนจะเอาคู่ใหม่ไปประเดิมสนามเขาฉลากเสียหน่อย... จะรอดหรือจะร่วง ไว้ค่อยมาอัปเดตกันใหม่ครับ

ธนกฤต วิริยะพานิช (โค้ชต้น)

นักวิ่งมาราธอนที่หลงใหลในตัวเลขและสถิติ มีประสบการณ์ซ้อมและแข่งมากกว่า 9 ปี ปัจจุบันเป็นโค้ชอิสระที่มุ่งมั่นให้คนไทยวิ่งได้อย่างยั่งยืนและไร้อาการบาดเจ็บ

View all posts →

Comments

Comments are currently closed. Have feedback or a question? Visit the Contact page.