เปรียบเทียบสเปก NB 1080 v11 กับรองเท้าสายซัพพอร์ตรุ่นอื่น
เวลาพูดถึงรองเท้าวิ่งสายซัพพอร์ต (Max Cushioning) ในยุคนี้ หลายคนน่าจะนึกถึงซีรีส์ 1080 ของ New Balance เป็นอันดับแรกๆ สำหรับรุ่นที่ออกมาในปี 2021 อย่าง New Balance 1080 v11 ถือว่ายังคงรักษาเอกลักษณ์ความหนานุ่มไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่ถ้าเราเอาสเปกมาเทียบกับคู่แข่งในตลาด รองเท้ารุ่นนี้มีจุดเด่นตรงไหนบ้าง ลองมาดูข้อมูลกันแบบเน้นๆ ครับ
น้ำหนักและดรอป (Weight & Drop)
สเปกตัวเลขเป็นสิ่งแรกที่บอกคาแรคเตอร์ของรองเท้าได้ดี จากรายงานการทดสอบในห้องแล็บของ RunRepeat พบว่าตัวรองเท้ามีน้ำหนักประมาณ 263 กรัม (สำหรับไซส์ 9 US ผู้ชาย) ซึ่งถือว่าเบามากเมื่อเทียบกับความหนาของพื้น ส่วนระยะดรอป (Drop) อยู่ที่ 8 มิลลิเมตร เป็นองศาที่กำลังดีสำหรับคนที่ลงน้ำหนักกลางเท้า (Midfoot) ไปจนถึงส้นเท้า (Heel Strike)
เทคโนโลยีโฟมและหน้าผ้า
หัวใจสำคัญของรุ่นนี้คือโฟม Fresh Foam X มีความนุ่มที่มากกว่าโฟม EVA แบบเดิมๆ และให้การตอบสนองกลับมาบ้างโดยไม่ยวบจนเกินไป ในขณะที่หน้าผ้า Hypoknit ได้รับการปรับปรุงให้มีความยืดหยุ่นและระบายอากาศได้ดีขึ้น ซึ่งเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังต่อว่าตอนใส่วิ่งรับลมร้อนที่สวนลุมฯ มันเวิร์คแค่ไหน
รองเท้าพื้นหนาช่วยลดการบาดเจ็บได้จริงหรือ?
คำถามคลาสสิกที่ผมมักจะเจอเพื่อนนักวิ่งถามอยู่บ่อยๆ คือ "รองเท้าพื้นหนาๆ แบบนี้ ใส่แล้วช่วยลดเจ็บได้จริงไหม?"
ชีวกลศาสตร์ของการวิ่งด้วยรองเท้าสไตล์ Maximalist
หากอิงตามหลักชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) รองเท้าที่มีพื้นหนาและซับแรงกระแทกได้เยอะ มีผลต่อแรงกระแทก (Impact Force) ที่กระทำต่อข้อต่อเวลาวิ่งระยะไกลครับ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน PubMed (Sports Medicine) ชี้ให้เห็นว่า รองเท้าที่มีความหนาของพื้นมากๆ มีส่วนช่วยกระจายแรงกระแทกที่เกิดขึ้นในแต่ละก้าวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เราวิ่งสะสมระยะทางเยอะๆ จนกล้ามเนื้อเริ่มล้า การมีชั้นโฟมหนาๆ มารองรับก็เหมือนมีสปริงช่วยผ่อนแรงไม่ให้พุ่งตรงไปที่หัวเข่าและข้อเท้าโดยตรง
วิธีจัดตารางซ้อมคู่กับ New Balance w1080
พอเรามีรองเท้าซัพพอร์ตดีๆ อย่าง NB 1080 แล้ว คำถามต่อมาคือการหยิบมาใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดในตารางฝึกซ้อมมาราธอน
ใช้งานในวันซ้อมเบา (Easy/Recovery Days)
ในมุมมองของผม นี่คือรองเท้าสำหรับ "วันแห่งการฟื้นฟู" วันไหนที่เพิ่งผ่านการซ้อมหนักอย่าง Speedwork หรือ Interval มา แล้ววันรุ่งขึ้นต้องออกมาวิ่ง Recovery Run เบาๆ การหยิบรองเท้าคู่นี้มาใส่คือการให้รางวัลเท้าตัวเองครับ ความนุ่มของโฟมช่วยให้เราวิ่งจ๊อกกิ้งเพลินๆ โดยที่เท้าไม่ต้องรับภาระหนัก ตามคำแนะนำของ VDOT O2 การมีรองเท้าซัพพอร์ตสูงสำหรับวัน Easy Day จะช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้ดีขึ้น เพื่อให้ร่างกายพร้อมสำหรับการซ้อมหนักในเซสชันถัดไป
ใส่ลุยวันซ้อมยาว (Long Runs)
นอกจากวันวิ่งฟื้นฟูแล้ว รองเท้ายังเหมาะกับวัน Long Run ที่เราไม่ได้เน้นการทำเวลา (Pace ไม่ได้กดดัน) เพราะโฟมหนาๆ จะช่วยซับแรงกระแทกตลอดระยะทาง 20-30 กิโลเมตร ทำให้ช่วงท้ายๆ ของการวิ่งขายังไม่ล้าจนเกินไป

เจาะลึกตัวเลข: คะแนนความนุ่มสบายจากห้องแล็บ
สำหรับคนที่ชอบดูสถิติ ลองมาเจาะลึกผลการทดสอบจากห้องแล็บกันบ้างว่าความรู้สึก "นุ่มสบาย" มันแปลงออกมาเป็นตัวเลขได้อย่างไร
ความนุ่มของโฟม Fresh Foam X
จากข้อมูลการทดสอบของ RunRepeat ค่าความนุ่มของโฟมรุ่นนี้อยู่ในระดับที่นุ่มมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของรองเท้าวิ่งทั่วไป ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนออกมาให้เห็นตอนสวมใส่จริง คือไม่ได้นุ่มแบบยวบหายไปเลย แต่นุ่มแบบมีแรงเด้งสู้เท้ากลับมานิดๆ ทำให้ผู้สวมใส่ไม่รู้สึกว่าสูญเสียพลังงานในแต่ละก้าวไปเสียเปล่า
ทดสอบวิ่งจริงรอบสวนลุมพินี: อากาศร้อนมีผลไหม?
บรรยากาศยามเย็นที่สวนลุมพินีที่เต็มไปด้วยความอบอ้าวและมีความชื้นสูง ถือเป็นบททดสอบชั้นดีสำหรับรองเท้าวิ่งทุกคู่เลยก็ว่าได้
ความทนทานต่อสภาพอากาศร้อนชื้น
หน้าผ้า Hypoknit ทำหน้าที่ระบายอากาศได้ดีในระดับที่น่าพอใจ ตอนที่ใส่วิ่งรอบสวนลุมฯ ประมาณ 10 กิโลเมตร เท้าไม่ได้รู้สึกร้อนหรืออับชื้นจนทนไม่ได้ ถือว่าสอบผ่านสำหรับสภาพอากาศบ้านเรา ซึ่งข้อมูลจากคอมมูนิตี้อย่าง ThaiRun ก็มีนักวิ่งหลายคนให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า รองเท้าสายซัพพอร์ตของค่ายนี้ทำหน้าผ้าออกมาได้ตอบโจทย์การใช้งานของคนไทยพอสมควร
เสียงสะท้อนจากคอมมูนิตี้นักวิ่ง
จากการสังเกตตามเว็บบอร์ดและการพูดคุยในคอมมูนิตี้นักวิ่ง มีประเด็นที่น่าสนใจหลายอย่างเกี่ยวกับรองเท้ารุ่นนี้
ข้อดีที่หลายคนประทับใจ
ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะประทับใจความนุ่มสบายของโฟม และความกระชับของหน้าผ้าที่ยืดหยุ่นเข้ากับรูปเท้าได้ดี หลายคนบอกว่าแม้แต่เอามาใส่เดินในชีวิตประจำวันก็ยังสบาย
ข้อสังเกตและจุดที่ควรระวัง
จุดที่มีคนกล่าวถึงบ่อยคืออาการ "ส้นหลุด" (Heel Slip) ด้วยการออกแบบส้นเท้าที่ค่อนข้างต่ำและใช้วัสดุที่นุ่ม คนที่มีรูปเท้าเฉพาะบางรูปแบบอาจจะรู้สึกไม่กระชับบริเวณส้นเท้าเวลาที่ต้องเร่งความเร็ว ดังนั้นแนะนำให้ไปลองสวมของจริงที่ร้านก่อนตัดสินใจซื้อครับ
บทสรุปของสายซัพพอร์ตปี 2021
จำได้ว่าตอนเริ่มซ้อมมาราธอนใหม่ๆ เมื่อปี 2015 (ตอนนั้นเพิ่งอายุ 27 เอง) ยังเลือกรองเท้าไม่ค่อยเป็น ใส่รองเท้าอะไรก็ไม่รู้ไปวิ่งยาว ผลคือเจ็บเข่าเจ็บหน้าแข้งไปหมด...
ผ่านมา 6 ปี ประสบการณ์บนเส้นทางมาราธอนสอนให้รู้ว่าการมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับรูปแบบการซ้อมในแต่ละวันเป็นเรื่องสำคัญมาก และสำหรับคนที่มีเป้าหมายอยากซ้อมให้ได้อย่างต่อเนื่องโดยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ รองเท้าสายซัพพอร์ตคือไอเทมที่ควรมีติดตู้ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่ต้องการความสบายสูงสุด หรือขาแรงที่อยากได้ตัวช่วยถนอมเท้าในวันพักฟื้น รุ่นนี้ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากในปีนี้ครับ
Comments
Comments are currently closed. Have feedback or a question? Visit the Contact page.