ซักรองเท้าวิ่งอย่างไรไม่ให้กาวหลุด โฟมพัง? คู่มือทำความสะอาดฉบับถนอมรองเท้า

พายุฝนสวนลุมฯ กับปัญหาโลกแตกเรื่องการซักรองเท้า

พายุฝนช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2021 เปลี่ยนเส้นทางวิ่งรอบสวนลุมพินีให้กลายเป็นสนามวิบากขนาดย่อม คราบโคลน ดินแดง และแอ่งน้ำขังคือสิ่งที่นักวิ่งหน้าฝนทุกคนต้องเผชิญ สภาพ running shoes คู่เก่งหลังผ่านการซ้อม Long Run แทบจะดูไม่จืดเลยทีเดียว

คำถามที่มักจะตามมาหลังจากนั้นคือ จะทำความสะอาดอย่างไรไม่ให้พัง? การหยิบแปรงมาขัดแรงๆ หรือโยนลงเครื่องซักผ้าอาจดูเป็นทางออกที่ง่ายดาย แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือการนับถอยหลังสู่วาระสุดท้ายของรองเท้าคู่โปรด การดูแลอุปกรณ์อย่างถูกวิธีเป็นทักษะที่สำคัญพอๆ กับการจัดตารางซ้อม

6 ปีในวงการมาราธอน กับบทเรียนราคาแพง

ย้อนกลับไปตอนที่เพิ่งเริ่มซ้อมมาราธอนอย่างจริงจังในปี 2015 สมัยนั้นความรู้เรื่องการดูแลอุปกรณ์ยังมีน้อยมาก ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา มีรองเท้าหลายคู่ที่ต้องพังไปก่อนเวลาอันควรด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

  • ความผิดพลาดแรก: โยนเข้าเครื่องซักผ้าพร้อมเสื้อผ้าปกติ ผลคือกาวบริเวณขอบยางเริ่มเปิดออกตั้งแต่เดือนที่สาม
  • ความใจร้อน: นำไปตากแดดจัดกลางแจ้งในกรุงเทพฯ เพื่อให้แห้งทันรอบซ้อมวันถัดไป โฟม EVA หดตัวและแข็งกระด้างจนสูญเสียการรองรับแรงกระแทกไปอย่างสิ้นเชิง
  • จุดเปลี่ยนในวัย 33: เริ่มศึกษาโครงสร้างวัสดุอย่างจริงจัง จนเข้าใจว่าสารเคมีและความร้อนคือตัวการหลักที่ทำลายอายุการใช้งาน
"รองเท้าราคาหลักพันหรือหลักหมื่น ก็จบชีวิตได้ในวันเดียวหากทำความสะอาดผิดวิธี"

วิทยาศาสตร์ของกาวและโฟม: เมื่อความร้อนคือศัตรูตัวร้าย

หากมองในมุมของวัสดุศาสตร์ โครงสร้างของรองเท้าวิ่งประกอบไปด้วยชิ้นส่วนที่อ่อนไหวต่ออุณหภูมิและสารเคมีมากกว่าที่เราคิด ข้อมูลเจาะลึกจาก RunRepeat ระบุว่า โฟมรับแรงกระแทก (เช่น EVA หรือ PEBAX) มีโครงสร้างเซลล์ที่กักเก็บอากาศไว้ภายในเพื่อสร้างความเด้งและซับแรง

การสัมผัสกับความร้อน ไม่ว่าจะจากเครื่องอบผ้า น้ำร้อน หรือแสงแดดโดยตรง จะทำให้เซลล์อากาศภายในขยายตัวและบิดเบี้ยว พอลิเมอร์สูญเสียความยืดหยุ่นจนเกิดอาการ "โฟมตาย" ยุบตัวถาวร นอกจากนี้ พันธะทางเคมีของกาวอุตสาหกรรมที่ยึด Midsole เข้ากับหน้าผ้า (Upper) จะเสื่อมสภาพทันทีเมื่อเจอกับสารเคมีฤทธิ์รุนแรงอย่างน้ำยาฟอกขาว หรือแม้กระทั่งผงซักฟอกสูตรเข้มข้น

ทำไมถึงห้ามโยนเข้าเครื่องซักผ้าเด็ดขาด

มีคำเตือนที่ชัดเจนจากผู้ผลิตแบรนด์กีฬาชั้นนำหลายแห่งถึงข้อห้ามในการใช้เครื่องจักรทำความสะอาดรองเท้า Nike guidelines เน้นย้ำว่า แรงเหวี่ยงมหาศาลจากถังซักจะเข้าไปทำลายรูปทรงและโครงสร้าง (Shape and Structure) อย่างรุนแรง

ปัจจัยเสี่ยง ผลกระทบเมื่อใช้เครื่องซักผ้า
แรงปั่นและเหวี่ยง (Agitation) ทำให้โครงสร้างตาข่าย (Mesh) ฉีกขาด ทรงรองเท้าบิดเบี้ยว
อุณหภูมิน้ำ (Water Temp) เครื่องซักผ้าบางรุ่นใช้น้ำอุ่นผสม ทำให้กาวเชื่อมประสานละลาย
การแช่น้ำเป็นเวลานาน วัสดุซับในและแผ่นโฟมบวมน้ำ เสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด

อ้างอิงข้อมูล: คำแนะนำจากผู้ผลิตอัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 20-07-2021

วิธีการซักมือฉบับถนอมวัสดุ

อุปกรณ์ที่ต้องใช้มีเพียงไม่กี่อย่าง: แปรงขนนุ่ม (แปรงสีฟันเก่าใช้ได้ดีมาก) สบู่อ่อนๆ หรือน้ำยาซักผ้าเด็ก และผ้าไมโครไฟเบอร์ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาเฉพาะทางราคาแพงเลยครับ

  1. ถอดเชือกและแผ่นรองด้านใน (Insole) ออกเพื่อแยกทำความสะอาด ชิ้นส่วนเหล่านี้สามารถขยี้กับน้ำสบู่ได้ตามปกติ
  2. ใช้แปรงแห้งปัดเศษโคลนหรือดินที่เกาะอยู่ออกก่อน หากปล่อยให้เปียกน้ำ โคลนจะยิ่งฝังลึกลงไปในเส้นใยผ้า
  3. ผสมสบู่อ่อนๆ กับน้ำอุณหภูมิห้อง จุ่มแปรงลงไปแล้วขัดเบาๆ เฉพาะบริเวณที่มีคราบสกปรก ห้ามลงน้ำหนักมือแรงเกินไป
  4. ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาดๆ เช็ดฟองและคราบออก หลีกเลี่ยงการนำ running shoes ลงไปแช่ในกะละมังน้ำโดยตรง

ศิลปะแห่งการตากลม (Air Dry)

มีอยู่วันหยุดหนึ่ง ขณะที่กำลังเปิดแผ่นเสียงเพลงแจ๊สฟังอยู่เพลินๆ ในห้อง ผมจัดการซักรองเท้าเสร็จแล้วนำไปวางไว้ตรงระเบียงตอนใกล้เที่ยง ลืมไปสนิทว่าแดดกรุงเทพฯ ร้อนระอุแค่ไหน กลับมาดูอีกทีตอนเย็น โฟมคู่โปรดหดตัวจนหน้าเท้าบิดเบี้ยว ใส่แล้วกระด้างจนต้องปลดระวางทันที

วิธีตากที่ปลอดภัยที่สุดคือการใช้กระดาษหนังสือพิมพ์สีขาวหรือกระดาษทิชชู่แผ่นใหญ่ยัดเข้าไปด้านใน เพื่อช่วยดูดซับความชื้นและดันทรงรองเท้าไม่ให้เหี่ยว จากนั้นนำไปวางในที่ร่มซึ่งมีอากาศถ่ายเทสะดวก ห้ามใช้ไดร์เป่าผมลมร้อน หรือวางทิ้งไว้หลังคอมเพรสเซอร์แอร์เด็ดขาด

ความเชื่อผิดๆ เรื่องการทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน

ประเด็นที่มักจะถูกถกเถียงกันบ่อยๆ ในเว็บบอร์ดนักวิ่งคือความถี่ในการทำความสะอาด หลายคนเชื่อว่าควรซักแบบเต็มรูปแบบ (Full wash) ทุกครั้งหลังลุยฝนเพื่อรักษาสภาพรองเท้า

แต่ในความเป็นจริง การขัดถูและปล่อยให้เปียกชุ่มบ่อยเกินไปกลับเร่งให้อายุการใช้งานสั้นลง Fleet Feet และคอมมูนิตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬามักแนะนำวิธีการทำความสะอาดเฉพาะจุด (Spot cleaning) มากกว่า นอกจากนี้ ASICS ยังให้ข้อมูลเสริมว่า แค่ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดคราบดินออกหลังวิ่งเสร็จ ก็เพียงพอแล้วสำหรับการบำรุงรักษาประจำวัน ส่วนการซักมือแบบละเอียดควรทำแค่เมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น การทำความเข้าใจโครงสร้างและขีดจำกัดของวัสดุคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยยืดอายุอุปกรณ์คู่ใจให้อยู่กับเราไปได้อีกหลายร้อยกิโลเมตร

ธนกฤต วิริยะพานิช (โค้ชต้น)

นักวิ่งมาราธอนที่หลงใหลในตัวเลขและสถิติ มีประสบการณ์ซ้อมและแข่งมากกว่า 9 ปี ปัจจุบันเป็นโค้ชอิสระที่มุ่งมั่นให้คนไทยวิ่งได้อย่างยั่งยืนและไร้อาการบาดเจ็บ

View all posts →

Comments

Comments are currently closed. Have feedback or a question? Visit the Contact page.