อัปเดต 2024: ควรเลือก Asics Metaspeed Sky Paris หรือ Edge Paris?

เช้าวันหนึ่งที่สวนลุมฯ กับคำถามยอดฮิตแห่งปี

"โค้ชต้นครับ จัด Sky หรือ Edge ดี โฟมตัวใหม่มันเด้งต่างกันเยอะไหม?"
คำถามนี้มักจะดังขึ้นเสมอระหว่างที่ผมกำลังคูลดาวน์หลังจากการซ้อมอินเทอร์วัลช่วงเช้าตรู่ที่สวนลุมพินี ช่วงนี้ถ้าใครมาวิ่งจะสังเกตเห็นรองเท้าสีแดงส้มสะดุดตาสลับกับสีเหลืองนีออนวิ่งผ่านหน้าไปมาจนนับไม่ถ้วน มันทำให้นึกย้อนไปถึงตอนที่ผมเริ่มซ้อมมาราธอนอย่างจริงจังเมื่อปี 2015 (ถ้านับถึงตอนนี้ก็ 9 ปีพอดี) ในยุคนั้นเทคโนโลยีรองเท้าวิ่งยังเป็นเรื่องของพื้นบางๆ แบนๆ และโฟม EVA ที่เน้นความทนทานเป็นหลัก ใครจะไปคิดว่าวิศวกรรมการกีฬาจะก้าวกระโดดมาถึงจุดที่รองเท้าสามารถปรับแต่งได้ลึกซึ้งถึงระดับกลศาสตร์การวิ่งเฉพาะบุคคล การเปิดตัวของซีรีส์ Paris ในปี 2024 ทำให้คำถามโลกแตกกลับมาอีกครั้ง หลายคนติดภาพจำจากรุ่นก่อนหน้า หรือซื้อตามนักวิ่งอีลีทที่ตัวเองชื่นชอบ การตัดสินใจซื้อรองเท้าแข่งราคา 8,500 บาท โดยไม่อิงกับ Biomechanics ของตัวเอง เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมาก หากสนใจอ่านการเปรียบเทียบในภาพรวมเพิ่มเติม ผมเคยเขียนไว้ใน Metaspeed Sky vs Edge Paris: เลือกถูกคู่ วิ่งได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยปูพื้นฐานได้ดีครับ
นักวิ่งซ้อมตอนเช้าที่สวนลุมพินี
นักวิ่งซ้อมตอนเช้าที่สวนลุมพินี

วิ่งรอบขา (Cadence) หรือ ก้าวขากว้าง (Stride)?

ในทางวิทยาศาสตร์การกีฬา การประหยัดพลังงาน (Running Economy) ไม่ได้เกิดจากความนุ่มเด้งของโฟมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างสไตล์การวิ่งและเทคโนโลยีของรองเท้า อ้างอิงจากงานวิจัยใน PubMed (Sports Medicine) แผ่นคาร์บอนไฟเบอร์และโฟม PEBA (Polyether Block Amide) ขั้นสูง จะทำหน้าที่กักเก็บและคืนพลังงานได้ดีที่สุดก็ต่อเมื่อแรงกด (Force application) ถูกส่งลงไปในทิศทางและจังหวะที่รองเท้าออกแบบมา
📌 เช็คตัวเองก่อนจ่ายเงิน:
  • Stride Runner: เมื่อต้องการวิ่งเร็วขึ้น คุณจะก้าวให้ยาวขึ้น (เพิ่ม Stride length) โดยที่รอบขา (Cadence) แทบไม่เปลี่ยน
  • Cadence Runner: เมื่อต้องการวิ่งเร็วขึ้น คุณจะซอยเท้าให้ถี่ยิบขึ้น (เพิ่ม Cadence) โดยที่ความยาวก้าวเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย
การเลือกรองเท้าผิดประเภท ไม่ใช่แค่ทำให้เสียเงินฟรี แต่อาจนำไปสู่การบาดเจ็บ เพราะรองเท้าจะไปฝืนกลไกธรรมชาติของร่างกาย เหมือนการพยายามขับรถเกียร์กระปุกด้วยความรู้สึกของรถเกียร์ออโต้

Sky Paris: ข้อมูลทางวิศวกรรมบอกเราว่าอย่างไร?

มีความเชื่อในหมู่นักวิ่งว่ารุ่น Sky คือรุ่นเรือธงที่ "ดีกว่า" หรือ "เด้งกว่า" Edge เสมอ สำหรับซีรีส์ Paris ข้อมูลทางวิศวกรรมบอกเราคนละเรื่อง Sky Paris ถูกออกแบบมาอย่างเฉพาะเจาะจงสำหรับ Stride Runner ตำแหน่งของแผ่นคาร์บอนจะถูกวางไว้ ชิดกับฝ่าเท้า (ใกล้ Upper มากกว่าพื้นถนน) และมีลักษณะแบนราบกว่า จุดประสงค์คือเพื่อให้โฟม FF Turbo Plus หนาๆ ที่อยู่ด้านล่างแผ่นคาร์บอนถูกบีบอัดอย่างเต็มที่เมื่อนักวิ่งก้าวยาวและทิ้งน้ำหนักลงมาแรงๆ จากนั้นตัวแผ่นและโฟมจะทำงานร่วมกันเพื่อดีดส่งตัวนักวิ่งไปข้างหน้า (Vertical Bounce) จากการทดสอบเชิงลึกที่ RunRepeat Shoe Database ระบุว่า Sky Paris สามารถลดน้ำหนักลงจากรุ่นก่อนหน้าได้ถึงเกือบ 22 กรัม ซึ่งในโลกของมาราธอน น้ำหนักที่หายไปเพียง 10 กรัมก็มีผลต่อการดึงออกซิเจนในระดับที่วัดค่าได้
ข้อมูลเปรียบเทียบจากห้องปฏิบัติการ (อ้างอิง: RunRepeat)
รายการวัดค่า Asics Metaspeed Sky Paris ค่าเฉลี่ยรองเท้าแข่งคาร์บอน 2024 ความต่าง (%)
น้ำหนัก (ไซส์ US 9 ชาย) 183 กรัม ~210 กรัม เบากว่า 12.8%
ความหนาส้นเท้า (Heel Stack) 39.5 มิลลิเมตร 39.0 มิลลิเมตร ใกล้เคียง
ความหนาหน้าเท้า (Forefoot Stack) 34.5 มิลลิเมตร 31.0 มิลลิเมตร หนากว่า 11.2%
Heel-to-Toe Drop 5.0 มิลลิเมตร 8.0 มิลลิเมตร ต่ำกว่า (Flat กว่า)
Source: RunRepeat. Last verified: 2024-05-10
การทดสอบกลศาสตร์การวิ่งในห้องแล็บ
การทดสอบกลศาสตร์การวิ่งในห้องแล็บ

Edge Paris: รูปร่างที่ตอบโจทย์รอบขา

คำตอบอยู่ที่สิ่งที่เรียกว่า Rocker Geometry หรือทรงโค้งของพื้นรองเท้า สำหรับ Cadence Runner การทิ้งน้ำหนักต่อก้าวจะน้อยกว่า แต่ต้องการความรวดเร็วในการพลิกเท้า (Transition) จากส้นหรือกลางเท้าไปสู่ปลายเท้าให้ไวที่สุด แผ่นคาร์บอนใน Edge Paris จึงถูกวางตำแหน่งให้ ลาดต่ำลงไปทางพื้นถนนและมีความโค้งงอมากกว่า (Aggressive curve) เหมือนรูปช้อน ข้อมูลจาก RunRepeat Shoe Database ยืนยันว่าการออกแบบลักษณะนี้ทำให้ Edge Paris ทำหน้าที่เหมือน "จานร่อน" ที่ช่วยเหวี่ยงเท้าไปข้างหน้า มากกว่าการเด้งลอยตัวขึ้นด้านบนแบบ Sky
Tip: สิ่งที่ตัวเลขไม่ได้บอกคุณ: ถึงแม้สเปกชีตจะบอกว่าหน้าเท้าของ Edge Paris มีปริมาตรโฟมน้อยกว่าด้านบนแผ่นคาร์บอน แต่มันกลับให้ความรู้สึกตอบสนองที่แน่นขณะวิ่งทำความเร็ว การวิเคราะห์แค่ความหนาของสแต็ก (Stack height) บนกระดาษจึงไม่สามารถบอกความรู้สึกใต้ฝ่าเท้าได้อย่างแท้จริง

วิวัฒนาการสู่จุดสมดุลของกฎกติกาความเร็ว

สหพันธ์กรีฑานานาชาติ หรือ World Athletics ต้องเข้ามาออกกฎควบคุมอย่างเป็นทางการเพื่อรักษาความยุติธรรม โดยจำกัดความหนาของพื้นรองเท้าไว้ไม่เกิน 40 มิลลิเมตร การมาถึงของ Metaspeed ซีรีส์ Paris ทั้งสองรุ่น ถือเป็นการเข้าถึงขีดจำกัดสูงสุดของกฎกติกานี้ (ที่ 39.5 มิลลิเมตร) แบรนด์ไม่ได้มุ่งแค่จะทำรองเท้าให้หนาที่สุดอีกต่อไป แต่ไปโฟกัสที่การปรับลดน้ำหนัก การจัดระเบียบโครงสร้างด้านใน และการใช้โฟมตระกูล PEBA อย่าง FF Turbo Plus ที่เบาขึ้นถึง 20% ทำให้รีดประสิทธิภาพได้สูงสุดโดยที่ไม่ผิดกฎ

เสียงสะท้อนจากคอมมูนิตี้

ตามฟอรั่มและกลุ่มนักวิ่ง สิ่งที่ได้รับคำชมเป็นเสียงเดียวกันสำหรับซีรีส์ Paris คือการปรับปรุง Motion Wrap Upper 2.0 ที่ระบายอากาศได้ดีขึ้น ตอบโจทย์สภาพอากาศร้อนชื้นจัดๆ แบบเมืองไทยได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง Metaspeed+ มีข้อสังเกตเรื่องหน้าเท้า (Toe box) แม้จะกว้างขึ้นเล็กน้อย แต่โดยรวมยังถือว่ามีความเพรียว (Snug fit) ตามสไตล์รองเท้าแข่ง หากเป็นคนเท้าแบนหรือหน้าเท้ากว้างมากๆ อาจพิจารณาตัวเลือกรองเท้าที่เน้นการซัพพอร์ตมากกว่านี้ หรืออาจจะอ่านบทความ ทำไม Asics Gel-Kayano ถึงยังเป็นขวัญใจคนเท้าแบน? ประกอบการตัดสินใจสำหรับการหารองเท้าซ้อมประจำวัน

การค้นหาความเข้ากันได้

เวลาที่ผมไม่ได้สวมรองเท้าวิ่ง ผมมักจะใช้เวลาไปกับการวิเคราะห์กราฟข้อมูลตลาดหุ้น หรือไม่ก็เปิดแผ่นเสียงเพลงแจ๊สเก่าๆ พร้อมกับจิบคราฟต์เบียร์สักแก้ว สิ่งหนึ่งที่กิจกรรมเหล่านี้มีร่วมกันกับการเลือกรองเท้าวิ่ง คือ "การค้นหาความเข้ากันได้" การเลือก Asics Metaspeed Sky Paris หรือ Edge Paris ก็เช่นกัน ตัวเลขสถิติบอกเราอย่างชัดเจนว่าโครงสร้างและกลศาสตร์ของมันถูกสร้างมาเพื่อจุดประสงค์ที่ต่างกัน ✅ หากคุณเป็นสายก้าวยาว ทิ้งน้ำหนักหนักแน่น และต้องการให้รองเท้าช่วยเด้งส่งตัวขึ้น Sky Paris คือคำตอบ ✅ แต่ถ้าคุณเป็นสายซอยเท้ายิกๆ ต้องการรอบขาที่ลื่นไหลเหมือนมีสายพานหมุนใต้เท้า Edge Paris จะเป็นจานร่อนที่พาคุณไปทำ New PB สำรวจกลไกการวิ่งของตัวเองให้ดี ก่อนที่จะจ่ายเงิน 8,500 บาท แล้วคุณจะได้รองเท้าที่ช่วยพุ่งทะยานเข้าสู่เส้นชัยโดยไม่ต้องฝืนธรรมชาติของตัวเองเลยครับ.
Three male runners wearing race bib
Three male runners wearing race bib

ธนกฤต วิริยะพานิช (โค้ชต้น)

นักวิ่งมาราธอนที่หลงใหลในตัวเลขและสถิติ มีประสบการณ์ซ้อมและแข่งมากกว่า 9 ปี ปัจจุบันเป็นโค้ชอิสระที่มุ่งมั่นให้คนไทยวิ่งได้อย่างยั่งยืนและไร้อาการบาดเจ็บ

View all posts →

Comments

Comments are currently closed. Have feedback or a question? Visit the Contact page.