เจาะลึกข้อมูลทางเทคนิคและสเปกของซีรีส์ Asics GT
ซีรีส์ Asics GT ถือเป็นหนึ่งในตระกูลรองเท้าที่ถูกวิเคราะห์และเก็บข้อมูลทางสถิติมากที่สุดในวงการรองเท้าวิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาในแง่ของโครงสร้างทางวิศวกรรมที่เน้นความมั่นคง (Stability) ข้อมูลจากห้องปฏิบัติการอิสระระบุว่า โครงสร้างของรองเท้าตระกูลนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการรองรับแรงกระแทกและการระบายอากาศได้อย่างแม่นยำคะแนนจากห้องแล็บและประสิทธิภาพการระบายอากาศ
จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการและฐานข้อมูลของ RunRepeat Shoe Database พบว่า Asics GT Series มักจะได้คะแนนด้านการระบายอากาศอยู่ในระดับ 4 เต็ม 5 ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับรองเท้าที่ใช้วัสดุอัปเปอร์แบบตาข่ายซ้อนทับด้วยวัสดุสังเคราะห์ (Synthetic overlays) นอกจากนี้ ความทนทานของวัสดุยังทำคะแนนได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยของรองเท้าสาย Stability ในตลาดถึง 15%| คุณสมบัติ | ค่าเฉลี่ยของ Asics GT Series | ค่าเฉลี่ยรองเท้าวิ่งทั่วไป |
|---|---|---|
| ความหนาของส้นเท้า (Heel Stack) | ~28-29 มม. | ~33 มม. |
| ระดับการระบายอากาศ (1-5) | 4.0 | 3.2 |
| น้ำหนัก (ขนาด 9US ชาย) | ~280 กรัม | ~295 กรัม |
Source: RunRepeat. Last verified: 2023-09-08
ความสอดคล้องกับมาตรฐานรองเท้าวิ่งระดับโลก
ในระดับการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โครงสร้างของ Asics GT ทุกรุ่นมีความหนาของพื้นรองเท้า (Stack height) ที่สอดคล้องกับกฎข้อบังคับของ World Athletics อย่างสมบูรณ์แบบ โดยพื้นรองเท้าไม่ได้หนาเกิน 40 มิลลิเมตร และไม่มีการแทรกแผ่นคาร์บอนที่ผิดกฎสำหรับรองเท้าประเภทฝึกซ้อม ทำให้มันเป็นรองเท้าที่ได้รับการรับรองทางเทคนิคอย่างเต็มรูปแบบเมื่อรองเท้าวิ่งกลายเป็นรองเท้าเดินถนน: เสียงสะท้อนจากคอมมูนิตี้
แม้ว่าสเปกบนกระดาษจะระบุว่ามันคือรองเท้าวิ่ง แต่เสียงสะท้อนจากการใช้งานจริงกลับเผยให้เห็นอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจ จากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลตามเว็บบอร์ดของนักวิ่ง พบว่าผู้ใช้จำนวนมากไม่ได้นำรองเท้าซีรีส์ GT (โดยเฉพาะรหัส asics gt 2160 และ 2000) ไปใช้เพื่อการทำความเร็วหรือซ้อมระยะไกลเสมอไป แต่นำมาใช้เป็น "รองเท้าคู่เก่ง" สำหรับการเดินลุยเมืองในชีวิตประจำวันเสียงสะท้อนจากนักวิ่งเมื่อต้องเดินบนฟุตบาทกรุงเทพฯ
ข้อมูลเชิงสถิติจาก ThaiRun และความคิดเห็นในชุมชนนักวิ่งชาวไทยมักจะชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า สภาพถนนและฟุตบาทในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ นั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งพื้นผิวที่ขรุขระ กระเบื้องที่แตก หรือแม้แต่แอ่งน้ำขัง หลายคนแชร์ประสบการณ์ว่าการใช้รองเท้าผ้าใบทั่วไปมักจะทำให้รู้สึกปวดฝ่าเท้าเมื่อต้องเดินเกิน 5 กิโลเมตรต่อวัน แต่พอเปลี่ยนมาใช้รองเท้าสาย Stability ที่มีฐานกว้างและโครงสร้างรองรับด้านข้างอย่าง Asics GT อาการเหล่านั้นก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด 👟
รู้หรือไม่? คอมมูนิตี้แฟชั่นและสตรีทแวร์ในเอเชีย เริ่มหันมาให้ความสนใจรองเท้าวิ่งทรงเรโทรมากขึ้น เพราะมันตอบโจทย์ทั้ง "ฟังก์ชัน" การเดินบนถนนที่ไม่เรียบ และ "ฟอร์ม" ที่เข้ากับเทรนด์การแต่งตัวยุคใหม่
อาการเมื่อยล้าจากการเดินและทางออกด้วยเทคโนโลยี Stability
ปัญหาหนึ่งที่คนทำงานออฟฟิศหรือคนที่ต้องยืนเป็นเวลานานมักจะเผชิญ คืออาการล้าสะสมที่ฝ่าเท้าและข้อเท้า ซึ่งมักมีสาเหตุหลักมาจากภาวะเท้าแบนหรือข้อเท้าบิดเข้าด้านใน (Overpronation) ในขณะที่ก้าวเดินความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างเท้าและความเมื่อยล้า
รายงานทางคลินิกที่ตีพิมพ์ใน PubMed (Sports Medicine) ยืนยันว่า รองเท้าประเภท Motion-control และ Stability มีผลโดยตรงต่อการปรับชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) ของผู้สวมใส่ที่มีภาวะ Overpronation ระดับเบาถึงปานกลาง การลดภาระที่เส้นเอ็นฝ่าเท้าและข้อเท้าช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอาการบาดเจ็บได้อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่แค่ในขณะวิ่ง แต่รวมถึงการเดินปกติด้วยกลไกการซัพพอร์ตของรองเท้าตระกูล GT
ทางด้านเว็บไซต์รีวิวระดับโลกอย่าง Runner's World ได้จัดหมวดหมู่ให้ Asics GT เป็นหนึ่งในรองเท้า Stability ระดับแนวหน้าที่เหมาะสำหรับนักวิ่งที่ต้องการการซัพพอร์ตในช่วงการซ้อมมาราธอนที่ต้องใช้เวลายาวนาน (Long runs) กลไกอย่างเทคโนโลยี DuoMax (หรือระบบ 3D Guidance ในรุ่นใหม่ๆ) จะทำหน้าที่เหมือนกำแพงเล็กๆ ที่คอยประคองไม่ให้ข้อเท้าพับเข้าด้านในลึกเกินไป ซึ่งเทคโนโลยีระดับมาราธอนนี้เองที่กลายมาเป็น "ฮีโร่" ให้กับคนที่ต้องเดินช้อปปิ้งหรือทำงานวันละ 8-10 ชั่วโมงข้อแนะนำการใช้งาน Asics GT-2160 ในชีวิตประจำวัน
สำหรับการนำ Asics GT-2160 มาใช้งานในฐานะรองเท้าไลฟ์สไตล์ มีข้อแนะนำที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาทฤษฎีซับซ้อนการแมตช์ชุดและการทำความสะอาด
1. การจับคู่กับเสื้อผ้า: โครงสร้างของ asics gt 2160 มีความหนาและมีลวดลายเส้นสายที่ค่อนข้างชัดเจน (Dad Shoe Vibe) การจับคู่กับกางเกงคาร์โก้ทรงหลวม หรือกางเกงยีนส์ขากระบอกใหญ่จะช่วยให้สัดส่วนของเท้าและช่วงขาดูสมดุลกัน 2. การดูแลรักษา: เนื่องจากอัปเปอร์ส่วนใหญ่เป็นผ้าตาข่าย (Mesh) การเดินในเมืองที่มีฝุ่นควันจะทำให้คราบสกปรกฝังลึกได้ง่าย ควรใช้สเปรย์กันน้ำฉีดเคลือบก่อนใช้งาน เรื่องการดูแลรักษารองเท้าแบบนี้ บางทีก็ทำให้ผมนึกถึงการทำความสะอาดแผ่นเสียงเพลงแจ๊สเก่าๆ ที่ผมสะสมไว้ที่บ้านเลยครับ คุณไม่สามารถเอาน้ำสาดหรือเช็ดแรงๆ ได้ มันต้องใช้แปรงขนนุ่มๆ ปัดฝุ่นออกทีละร่องเสียงอย่างเบามือ เพื่อรักษาคุณภาพของมันไว้ให้ยาวนานที่สุด การทำความสะอาดผ้าตาข่ายของ running shoes คู่นี้ก็คล้ายกัน ต้องใช้แปรงขนนุ่มชุบน้ำยาทำความสะอาดเฉพาะทาง ค่อยๆ ขัดไปตามแนวผ้า ไม่เช่นนั้นเส้นใยอาจจะขุยและหมดสวยไปเลยTip: หากโดนฝน ให้ถอดแผ่นรองพื้น (Insole) ออกมาผึ่งลมในที่ร่ม และยัดกระดาษหนังสือพิมพ์เข้าไปในรองเท้าเพื่อดูดซับความชื้น หลีกเลี่ยงการตากแดดจัดเพราะจะทำให้กาวเสื่อมสภาพเร็ว
สถิติการใช้งานและความทนทานของพื้นยาง AHAR
ถ้าคุณสงสัยว่ารองเท้าคู่นี้จะทนแค่ไหนหากเอามาเดินทุกวัน ลองดูตัวเลขการใช้งานของนักกีฬากันก่อนครับ ข้อมูลจาก Strava Insights ระบุว่า นักวิ่งมาราธอนในช่วงเตรียมตัวแข่งขัน (Training Block) จะมีระยะทางสะสมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40-70 กิโลเมตรต่อสัปดาห์ รองเท้าตระกูล GT ถูกสร้างมาเพื่อรองรับภาระระดับนี้ พื้นยาง AHAR (Asics High Abrasion Rubber) ที่บริเวณส้นเท้าคือวัสดุเกรดเดียวกับที่ใช้ในยางรถยนต์ ในมุมมองของผมที่คลุกคลีกับการซ้อมมาราธอนมาตั้งแต่ปี 2015 (เข้าปีที่ 8 แล้วที่วิ่งวนอยู่ในสวนลุมฯ และถนนรอบกรุงเทพฯ) ผมเห็นรองเท้าพังมานักต่อนัก แต่พื้น AHAR ของ Asics คือหนึ่งในพื้นที่ทนทานที่สุด หากนักวิ่งสามารถใส่ซ้อมวิ่งได้ถึง 600-800 กิโลเมตร การที่คุณจะใส่มันเดินเล่น วันละ 3-5 กิโลเมตร มันแทบจะอยู่กับคุณได้นานเป็นปีๆ โดยที่ดอกยางยังคงเหลือเฟือ สำหรับใครที่สนใจเรื่องความทนทานของรองเท้าตระกูลนี้เพิ่มเติม ลองอ่าน ทำไม Asics Gel-Kayano ถึงยังเป็นขวัญใจคนเท้าแบน? ดูได้ครับ เพราะใช้วัสดุพื้นยางใกล้เคียงกัน
ลบภาพจำเดิมๆ: รองเท้าวิ่งไม่ได้มีไว้แค่วิ่งเสมอไป
ในยุคปัจจุบัน เส้นแบ่งระหว่าง "อุปกรณ์กีฬา" และ "แฟชั่น" ได้จางหายไปแทบจะหมดแล้วบอกตามตรงว่าผมรำคาญมากเวลามีคนในกลุ่มวิ่งบางคนคอยตั้งคำถามหรือทำตัวเป็นผู้คุมกฎ (Gatekeeper) ว่า "ซื้อรองเท้าวิ่งก็ต้องเอาไปวิ่งสิ เอาไปใส่เดินเล่นทำไม เสียของ!" ทำไมเราถึงยอมรับไม่ได้ว่ารองเท้าคู่หนึ่งมันสามารถทำหน้าที่ได้หลายอย่าง? ถ้าเทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นมาเพื่อปกป้องนักกีฬาสามารถเอามาปกป้องเท้าของคนทำงานหาเช้ากินค่ำ หรือคนที่ต้องเดินเที่ยวทั้งวันได้ มันก็คือความสำเร็จของงานวิศวกรรมแล้วไม่ใช่หรือไง! 😡โมเดลอย่าง Asics GT-2160 หรือรุ่นพี่อย่างซีรีส์ 1130 คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า งานออกแบบสไตล์ Y2K ที่เน้นวัสดุสีเงินเมทัลลิก ผสมกับลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ สามารถก้าวข้ามจากลู่วิ่งมาสู่รันเวย์สตรีทแฟชั่นได้อย่างงดงาม หากคุณกำลังลังเลเกี่ยวกับดีไซน์แนวนี้ สามารถดู รีวิว Asics Gel ที่ผมเคยเขียนเปรียบเทียบแง่มุมของแฟชั่นกับการวิ่งไว้ได้ครับ
ความคุ้มค่าของการเลือก Asics GT
หากคุณเป็นคนที่ไม่มีปัญหาเรื่องฝ่าเท้า สามารถใส่รองเท้าพื้นแบนๆ อย่างรองเท้าสเก็ตบอร์ดเดินได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกอะไร Asics GT อาจจะไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วนของคุณ แต่ถ้าคุณคือคนที่...- ต้องยืนทำงานหรือเดินเท้าบนถนนที่ไม่เรียบเป็นประจำ
- มีอาการปวดตึงที่ฝ่าเท้า หรือมีภาวะเท้าแบนเล็กน้อย
- ชอบการแต่งตัวสไตล์สตรีทแวร์แนว Y2K หรือ Dad Shoes ที่กำลังเป็นที่นิยม
Comments
Comments are currently closed. Have feedback or a question? Visit the Contact page.